ตรัง - ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกใน จ.ตรัง ดีใจ หลัง ครม.ปลดล็อคออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ทำให้สามารถเลี้ยง จำหน่ายหรือเพาะพันธุ์ได้อย่างเสรี พร้อมฝากเตือนสมาชิกช่วยกันดูแลอย่าให้มีการจับนกป่า
วันนี้ (22 ก.ค.) จากกรณีที่ ครม.มีมติถอดนกปรอดหัวโขน หรือนกกรงหัวจุก ซึ่งเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงในภาคใต้ ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ให้ประชาชนหรือผู้นิยมสามารถเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้อย่างเสรี สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน สืบสานวิถีชุมชน และวัฒนธรรมการเลี้ยงนก รวมทั้งเพื่อประกวดแข่งขันเสียงร้อง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้นั้น
นายดุสิต พรหมอ่อน แกนนำเครือข่ายผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกจังหวัดตรัง กล่าวว่า ดีใจที่ ครม.มีมติถอดถอนนกกรงหัวจุก ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หลังจากที่สมาชิกฯ ได้ร่วมกันต่อสู้เรื่องนี้กันมาเป็นเวลานานมาก 20-30 ปีแล้ว เพียงแต่ทุกคนคงต้องรออีกสักระยะหนึ่งจนกว่าจะมีการประกาศมาเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ ซึ่งที่ผ่านมาพวกตนได้รับการช่วยเหลืออย่างดี ทั้งจากภาคการเมือง ภาคราชการ และภาคประชาชน ในหลายๆ จังหวัด
ทั้งนี้ เนื่องจากการเลี้ยงนกกรงหัวจุก ถือเป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านของภาคใต้ที่สืบทอดกันมายาวนานแล้ว รวมทั้งได้กระจายไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ แต่หากกฎหมายเดิมยังมีการใช้บังคับอยู่ และนกกรงหัวจุก ยังคงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ก็จะทำให้การเลี้ยง การจำหน่าย หรือการเพาะพันธุ์นกชนิดนี้ ยุ่งยากและอยู่ในแวดวงที่จำกัด แต่เมื่อปลดล็อคก็จะทำให้ทุกคนเลี้ยงนกได้อย่างเสรี อย่างสบายใจขึ้น โดยหลังจากนี้ก็คงจะเกิดกระแสการกระตุ้นเศรษฐกิจในวงการนกกรงหัวจุก เพราะเมื่อปลดล็อกก็จะมีการซื้อขายที่ง่าย เกิดการแลกเปลี่ยนเงินตราในระบบ
อย่างไรก็ตาม ครม.มีประเด็นสำคัญที่ระบุเอาไว้ว่า ถ้าหากเมื่อใดก็ตามที่มีการไปจับนกป่า (นกธรรมชาติ) หรือมีการส่งเสริมการเลี้ยงนกป่า ก็อาจจะมีการกลับมาใช้กฎหมายที่เข้มงวดอีกครั้ง ดังนั้น ตนเองจึงอยากฝากไปถึงสมาชิกเครือข่ายผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกทุกท่าน ให้ช่วยกันดูแลอย่าให้มีการจับนกป่า หรือหากมีเบาะแสการซื้อขายนกป่า ก็ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการ โดยขอให้ส่งเสริมการเลี้ยง การเพาะ การซื้อขาย เฉพาะนกเลี้ยงที่มีกันอยู่แล้วในปัจจุบันเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันและอนุรักษ์นกกรงหัวจุกเอาไว้ตลอดไป


