xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมหากาพย์ “หาดนุ้ย” จากหาดสาธารณะ สู่คดีบุกรุกผืนป่า มูลค่าเกือบ 2,000 ล้าน ก่อนปิดฉากรื้อถอนครั้งประวัติศาสตร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เปิดมหากาพย์ “หาดนุ้ย” จากหาดสาธารณะ สู่คดีบุกรุกผืนป่า มูลค่าเกือบ 2,000 ล้าน ก่อนปิดฉากรื้อถอนครั้งประวัติศาสตร์ ปิดฉากปัญหาการบุกรุก หาดนุ้ย ที่ยืดเยื้อมายาวนานกว่า 20 ปี

ปิดฉากลงแล้ว มหากาพย์บุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขานาคเกิด บริเวณหาดนุ้ย หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่มีผู้อ้างสิทธิครอบครองทำประโยชน์บนผืนป่าเนื้อที่ 18 ไร่เศษ ยาวนานกว่า 20 ปี เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวลด้อม เปิดปฏิบัติการทวงคืนหาดนุ้ยครั้งประวัติศาสตร์ ระดมกำลังเจ้าหน้ากว่า 400 นาย เข้ายึดพื้นที่ป่าฯ รื้อสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ ออกทั้งหมด พร้อมขอเวลา 1 เดือน พัฒนาเป็นป่านันทนาการ เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าใช้พื้นที่โดยไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางเหมือนที่ผ่านมา

เมื่อย้อนกลับไปจะเห็นว่า กว่าจะยึดคืนพื้นที่ป่าหาดนุ้ยกลับมา ต้องใช้เวลาต่อสู้มายาวนาน ทั้งการต่อสู้ระหว่างเอกชนกับเอกชน ที่อ้างสิทธิครอบครองเหนือที่ดิน และการต่อสู่ระหว่างภาครัฐกับเอกชน ที่ต้องการยึดคืนผืนป่า

ก่อนปี 2530 หาดนุ้ย เป็นหาดสาธารณะ ที่ชาวบ้านกะตะ กะรน ใช้เป็นพื้นที่ทำมาหากิน โดยใช้เส้นทางธรรมชาติเดินลงชายหาด เพื่อประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านและสัญจรตามธรรมชาติ

แต่ระหว่างปี 2530–2540 เริ่มมีการอ้างสิทธิ์ครอบครองในที่ดินดังกล่าว และ ปี 2541 มีการร้องเรียนนำเอกสารสิทธิ์ สค.1 จากพื้นที่อื่นมาออก น.ส.3 เลขที่ 239 ในพื้นที่ 18 ไร่ จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อสู้คดีกันระหว่างผู้อ้างกรรมสิทธิ์ สค.1 กับ ผู้อ้างสิทธิ์ครอบครองที่ดิน คดีดังกล่าวต่อสู้กันถึง 3 ศาล จนกระทั่ง ปี 2557 ศาลฏีกามีคำสั่งเพิกถอน นส.3 ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ศาลตัดสินแล้ว เรื่องยังไม่จบ พื้นที่ป่า ยังไม่กลับมาเป็นที่ป่า เพราะมีผู้อ้างสิทธิ์รครอบครองรายใหม่เกิดขึ้นในที่ดินแปลงนี้ โดยระบุว่าได้รับสิทธิ์ครอบครองที่ดินสืบทอดมาจากแม่บุญธรรม และมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ และผลอาสิน ทำกินมาก่อนที่จะประกาศเป็นเขตป่า พื้นที่ 18 ไร่ ซึ่งครอบครองเข้าทำประโยชน์มาจนถึงปัจจบัน

ต่อมา ปี 2541–2553 ผู้อ้างสิทธิ์ได้มีการสร้างถนน สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการประกอบธุรกิจท่องเที่ยว จนถูกร้องเรียนเรื่อง การปิดทางลงหาด และเก็บค่าผ่านทางนักท่องเที่ยวคนละ 100 บาท จนกระทั่งในปี 2554–2563 กรมป่าไม้ได้ตรวจสอบ ตรวจยึด ดำเนินคดี และใช้อำนาจ ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และแก้ไขเพิ่มเติม รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหลายระลอก แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ไม่สามารถยึดคืนผืนป่ากลับมาได้

จนกระทั่งเดือน พฤษภาคม 2569 นายกอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ภูเก็ต สั่งตรวจสอบและยึดคืนพื้นที่ป่าไม้ชายหาด ที่ถูกบุกรุกจากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ตามนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” ซึ่งหนึ่งในนั้นรวม หาดนุ้ย อยู่ด้วย

กรมป่าไม้รับลูก ภูเก็ตโมเดล นำหนังสือกรมป่าไม้ ที่ลงนามโดย อธิบดีกรมป่าไม้ ติดประกาศสั่งให้รื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด บริเวณหาดนุ้ย ภายใน 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่ทางผู้อ้างสิทธิ์ครอบครองได้ยื่นอุทรณ์ไปยังกรมป่าไม้ แต่กรมป่าไม้ไม่รับอุทรณ์

จึงเปิดปฏิบัติการทวงคืน หาดนุ้ย ครั้งใหญ่ขึ้นในวันที่ 20 ก.ค.2569 นำโดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 400 นาย เข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ ยึดคืนผืนป่า 18 ไร่ มูลค่าที่ดินเกือบ 2,000 ล้าน นำที่ดินมาพัฒนาเป็นป่านันทนาการ เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้ โดยไม่ต้องเสียค่าผ่านทางกับผู้อ้างสิทธิ์การครอบครองที่ดินอีกต่อไป ปิดฉากมหากาพย์คดีบุกรุกหาดนุ้ยที่ยืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี