ยะลา - ชาวบ้าน ผู้สูงอายุ เดินทางตรวจสอบสิทธิ์ครอบครองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาเบตง หลังถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ด้านเจ้าหน้าที่ยืนยันให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
วันนี้ (21 ก.ค.) บรรยากาศที่สำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาเบตง ประชาชนที่ตกเกณฑ์โครงการสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เดินทางมาขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระบบแจ้งว่ามีกรรมสิทธิ์การถือครองรถเกินเกณฑ์ จากการตรวจสอบหลายรายตรวจสอบในระะบบ พบว่า ยังคงค้างชื่อผู้ลงทะเบียนเป็นผู้ครอบครองรถคันเก่าที่ขายไปนานแล้ว ซากรถ หรือรถที่ถูกยกเลิกการใช้งานไปนานแล้ว จึงต้องเดินทางมาติดต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาเบตง เพื่อตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถให้ถูกต้อง ก่อนนำเอกสารไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายคำ ปัญญานนท์ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ในฐานะผู้สูงอายุ การเดินทางมาดำเนินการด้วยตนเองเป็นเรื่องยากลำบาก ต้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านขี่รถมาส่ง ตนเองถูกตัดสิทธิ์เนื่องจากระบบระบุว่ามีกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์มากกว่า 3 คัน ทั้งที่ความเป็นจริงได้ขายรถไปหมดแล้ว จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก และตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กับผู้สูงอายุที่ได้รับผลกระทบเช่นนี้
ด้านนางสาวรุจิรา มุสิมูล หัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดยะลา สาขาเบตง ชี้แจงว่า กรมการขนส่งเปิดให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลกรรมสิทธิ์รถของตนเองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาติดต่อที่สำนักงานขนส่งเพื่อตรวจสอบข้อมูลการถือกรรมสิทธิ์รถของตนเพื่อใช้อุทธรณ์สิทธิ์เพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
ล่าสุด รัฐบาลเตรียมทบทวนเกณฑ์การให้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยจะไม่นำเงื่อนไขบางประการมาใช้ตัดสิทธิ ได้แก่ รถยนต์อายุเกิน 20 ปี รถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน แต่คันใดคันหนึ่งยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ
สำหรับกรณีอื่นๆ ประชาชนดำเนินการได้ดังนี้ รถพังเสียหาย ไม่ได้ต่อทะเบียน หรือขายรถแล้วแต่ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ ให้นำหลักฐานไปแจ้งกรมการขนส่งทางบก หากไม่มีหลักฐานสามารถใช้บันทึกถ้อยคำประกอบได้ ถูกสวมสิทธิ์ซื้อรถ ให้แจ้งขนส่งเพื่อบันทึกข้อมูลโดยเร็ว ส่วนกรณีนักศึกษานอกระบบ จะพิจารณาคุณสมบัติโดยนำเกณฑ์รายได้และทรัพย์สินอื่นๆ มาร่วมพิจารณาด้วย
ทั้งนี้ รายละเอียดทั้งหมดยังต้องรอการพิจารณาและเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีอีกครั้งก่อนจะประกาศใช้ต่อไป


