เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่สมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อ.แกลง จ.ระยอง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและให้กำลังใจครอบครัว นายชัชวาลย์ บูรณะเรข หรือ “เฮียชัช” อายุ 60 ปี นักธุรกิจชื่อดังเจ้าของ หจก.สามดาวพาราวู้ด ซึ่งเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำบริเวณหน้าสำนักงานในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา
บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้อง ข้าราชการ และนักธุรกิจในพื้นที่เข้าร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก โดยมีการจัดพิธีเคารพศพตามประเพณีจีน เพื่อเป็นการส่งดวงวิญญาณของ “เฮียชัช” นักธุรกิจผู้ล่วงลับอย่างสมเกียรติ ในพิธีการ พ.ต.อ.ทวี ได้ร่วมโค้งคำนับต่อหน้ากระถางธูปและรูปถ่ายของนายชัชวาลย์ ตามธรรมเนียมจีน พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่ครอบครัวบูรณะเรข
นายชัชวาลย์ บูรณะเรข หรือ "เฮียชัช" เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจแปรรูปไม้และยางพาราในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้ชื่อ หจก.สามดาวพาราวู้ด ซึ่งการเสียชีวิตอย่างกะทันหันบริเวณหน้าสำนักงานที่จังหวัดยะลาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้สร้างความสะเทือนขวัญและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่นักธุรกิจท้องถิ่น
สำหรับความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและชุดสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าสำนักงาน หจก.สามดาวพาราวู้ด ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ พบว่า บันทึกพฤติกรรมของคนร้ายและนาทีชีวิตได้อย่างชัดเจน โดยเวลา 10.26.58 น. นายชัชวาลย์ เดินภาพมาถึงหน้าสำนักงาน และได้ก้มลงตรวจดูกล่องพัสดุที่วางอยู่ด้านหน้า จังหวะที่กำลังเงยตัวขึ้น โดยมีลูกน้องเดินเข้ามาช่วยดูพัสดุ และผู้ตายกำลังจะเดินเข้าสำนักงาน คนร้ายซึ่งซุ่มอยู่ฝั่งตรงข้ามได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ 1 นัด กระสุนเจาะเข้าบริเวณหน้าอกด้านซ้ายทะลุลำตัว เวลา 10.27.22 น. นายชัชวาลย์ล้มลงท่ามกลางความตกใจของพนักงานที่พยายามวิ่งเข้ามาช่วยพยุงร่าง ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้านเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บวัตถุพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด หัวกระสุนที่พบในร่างผู้ตายเป็นขนาด 5.56 มิลลิเมตร และเมื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบในระบบฐานข้อมูลอาวุธปืน พบผลลัพธ์ที่น่าสนใจว่า มีความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนกระบอกเดียวกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุยิง อส.อิสสามาแอ นิวา สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนชุดคุ้มครองตำบล (อส.ชคต.) ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา จ.ยะลา จนเสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับเข้าฐานปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา
จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งเคยใช้อาวุธปืนสงครามกระบอกนี้ก่อเหตุในคดีความมั่นคง และย้อนกลับมาก่อเหตุสะเทือนขวัญใจกลางเมืองยะลาอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลและแกะรอยพยานหลักฐานเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


