xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อ “ยุบทิ้ง” ไม่ได้?! ทำไมไม่ผลักดันให้ “ปฏิรูป” จนสังคมรับได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์: จุดคบไฟใต้ โดย... ไชยยงค์ มณีพิลึก

ยุบหรือไม่ยุบ “กอ.รมน.” ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ชี้ว่า เห็นควรให้ยุบ เพราะไม่มีประโยชน์ มีผลงานที่เห็นโดดเด่นอย่างเดียวคือ คดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมะ สส.นราธิวาส เขต 4 พรรคประชาชาติ เพราะมีผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และใช้ปืนกับรถยนต์ของ กอ.รมน.

แต่หลัง อ.วันนอร์ย้ำประเด็นก็เหมือนสาดน้ำเข้าใส่ “กองทัพ” จนเปียกปอนไปตามๆ กัน ทำให้มี “นายทหาร” ออกมาตอบโต้ โดยอ้างภารกิจ กอ.รมน.ยังมีความจำเป็นในงานด้านความมั่นคง “นายพล” บางคนเปรียบกับกีฬาฟุตบอลที่ กอ.รมน.คือ “กองกลาง” ที่ต้องแจกลูกเพื่อให้เกมการเล่นเป็นไปตามกติกา

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีก็รีบ “เด้ง” รับลูกให้สัมภาษณ์ว่า “ยุบไม่ได้” เพราะ กอ.รมน.อยู่คู่กับประเทศไทยมานานและยังต้องอยู่ต่อไป ส่วนที่ อ.วันนอร์เสนอให้ยุบ กอ.รมน.นั้น อาจจะเกิดจากอารมณ์ และตนยังยังไม่ได้พูดคุยกับ อ.วันนอร์ในเรื่องนี้

แต่ที่ต้องตั้งข้อสังเกตมากคือ วันนี้ อ.วันนอร์ได้รับแต่งตั้งให้นั่งในตำแหน่ง “ประธานที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี” ดังนั้นการเสนอให้ยุบทิ้ง กอ.รมน.เพราะไม่เห็นประโยชน์ จึงมากมายไปด้วยนัยแห่งความสำคัญและสร้างผลสะเทือนให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

โดยเฉพาะกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคนจำนวนมากมอง กอ.รมน.ใน “ภาพลบ” มาตลอด การที่ อ.วันนอร์ออกมาชี้ว่า กอ.รมน.ไม่มีประโยชน์และให้ยุบทิ้งเสีย จึงเป็นเรื่องที่ “โดนใจ” โดยเฉพาะ “มุสลิม” ในพื้นที่ ขณะที่ “ไทยพุทธ” ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือประชาชนส่วนใหญ่ก็มีอารมณ์ไปในทางตรงข้าม

อย่างไรก็ตาม ประเด็นให้ยุบทิ้ง กอ.รมน.กลับมีเสียงตอบรับอึงมี่ และไม่เฉพาะกับคนในชายแดนใต้เท่านั้น คนทั้งประเทศที่ติดตามข้อมูลข่าวสาร ส่วนใหญ่ก็รับรู้และรู้สึกตอบสนองกับ “ความไม่ควรมีอยู่ของ กอ.รมน.” มาโดยตลอด

อาทิ รู้สึกได้ถึงการทำหน้าที่ของ กอ.รนม.ที่ “ซ้ำซ้อน” กับหน่วยงานประจำอื่นๆ เป็นเหมือน “ยาตำ” ที่เข้าไปแทรกอยู่ในทุกหม้อยา มีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับ “บัญชีผี” และที่สำคัญเป็นหน่วยงานที่ “ผลาญงบประมาณ” แต่การปฏิบัติงานกับไม่ก่อประโยชน์กับสังคมอย่างคุ้มค่า

เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ในสายตาคนส่วนใหญ่ในประเทศ และไม่ว่าจะนักการเมืองหรือข้าราชการกลับไม่ให้เครดิต แถมเห็นว่า กอ.รมน.ถูกตั้งขึ้นมาทำหน้าที่ “รัฐซ้อนรัฐ” เพราะเข้าไปแทรกอยู่ในทุกองค์กร เช่น มีการตั้ง “รองผู้ว่าฯ ฝ่ายทหาร” หรือก็คือ รอง ผอ.รมน.จังหวัดฝ่ายทหารในทุกจังหวัด แต่ไม่เคยมีผลงานที่โดดเด่นและจับต้องได้ เป็นต้น

โดยข้อเท็จจริง กอ.รมน.กำเนิดในห้วง “สงครามเย็น” ค่ายเสรีนิยมมีสหรัฐอเมริกาเป็นหัวหน้า กำลังต่อสู้กับค่ายสังคมนิยมหรือลัทธิคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตรัสเซียเป็นหัวเรือใหญ่ ขณะที่ประเทศเราก็ยืนอยู่ฝ่ายเสรีนิยม ไทยเราจึงตั้งองค์กรนี้ขึ้นมารับหน้าที่เป็นหัวหอกในการต่อสู้

หลังสิ้นสงครามเย็น กอ.รมน.ก็ถูกเปลี่ยนบทบาทให้รับมือกับภัยความมั่นคงในประเทศ ฝ่ายความมั่นคงใช้ กอ.รมน.เป็นเครื่องมือปฏิบัติการด้านมวลชนและอื่นๆ อีกมากมาย เท่าที่จำได้กว่าจะมาถึงวันที่ อ.วันนอร์เสนอให้ยุบนั้น กอ.รมน.ได้ถูกเปลี่ยนผ่านมาแล้วถึง 3 ยุคด้วยกัน

ในอดีตการทำหน้าที่ “รัฐซ้อนรัฐ” หรือ “ความไม่มีประโยชน์” รวมถึง “ภาพลบ” ต่างๆ ของ กอ.รมน.สามารถที่จะถูกเก็บซ่อนไว้ใน “ซอกหลืบ” ได้ง่ายดาย แต่วันนี้ที่โลกเราอยู่ใน “ยุคดิจิทัล” และมี “สื่อสังคมออนไลน์” องค์กรอย่าง กอ.รมน.จึงถูก “เปลือยเปล่า” ให้สังคมได้เห็น

ณ วันนี้ กอ.รมน.จึงเหมือนกำลังเดินไปสู่ “ทางสองแพร่ง” ให้ต้องเลือกเดิน คือ เลือกที่จะทำทุกหนทางอย่าง “ดันทุรัง” ให้ได้อยู่ต่อไป กับเลือกที่จะยอมให้ถูก “ยุบทิ้ง” ตามที่มีผู้เสนอและมีผู้คนจำนวนมากของประเทศมีความเห็นสอดคล้องต้องกัน

แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวไว้ว่า กอ.รมน.ยกเลิกไม่ได้ เพราะอยู่กับประเทศนี้มานานและจะต้องอยู่ตลอดไป ทำให้ได้ข้อสรุปว่า อย่าเสียเวลาไปหวังให้ “รัฐบาลนี้” หรือ “รัฐบาลไหน” ที่จะตามมาในอนาคต ได้ใช้อำนาจที่มีอยู่เหนือกว่ากล้างัดข้อให้ “กองทัพ” ยอมยกเลิก กอ.รมน.เลย

เมื่อยกเลิกไม่ได้เพราะ กอ.รมน.ได้ถูก “ฝังลึก” ลงในระบบการบริหารราชการแผ่นดินจนยากที่จะขุดรากถอนโคน จึงมีเรื่องที่ให้ต้องกลับมาขบคิดต่อคือ ทำอย่างให้มี “การปรับโครงสร้าง” เพื่อให้ทำหน้าได้แบบมีประโยชน์ต่องสังคม ไม่ใช่มีไว้ยิงนักการเมืองที่คิดต่างอย่างที่ อ.วันนอร์กล่าวและเป็นข่าวกราวเกลียว

ดังนั้น กอ.รมน.จึงต้องทบทวนกระบวนการทำหน้าที่เสียใหม่ อะไรที่ “ซ้ำซ้อน” กับหน่วยงานอื่นอย่าทำ รวมทั้งงานด้านอื่นๆ ทั้งเรื่องการเมือง เยาวชนและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่ายังมีเหลืออีกหลายหน้าที่ที่เข้าไปทำได้โดยไม่ซ้ำซ้อน

สำหรับ “บัญชีผี” เรื่องนี้ เลขาธิการ กอ.รมน. ออกมาให้ข่าวว่า มีการตรวจสอบทั้งทางตรงและทางลับแล้ว เชื่อว่าเวลานี้ไม่มีแล้ว เราฟังแล้วก็อย่างเพิ่งเชื่อ เนื่องจากอาจจะแค่ไม่มีอย่าง “ออกหน้าออกตา” เท่านั้น แต่หากตรวจสอบให้ดียังจะพบว่ายังมีทั้ง “เรื่องผีๆ” หรือ “เรื่องผีหลอกนาย” อยู่อีกมากมายก็เป็นไป

เราต้องไม่ลืมว่า เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ยังมีถูก “ดึง” ไปจาก “หลายกระทรวง” ซึ่งไม่ใช่มีแต่เฉพาะคนในจากกองทัพเท่านั้น จึงต้องตรวจสอบให้ดีว่าพวกเขาทำงานมีประสิทธิภาพแค่ไหน หรือโอนย้ายเพื่อไปเอาตำแหน่งและผลประโยชน์ แต่การทำหน้าที่กลับเป็นไปแบบ “กินแล้วนอน” ที่ถูกกล่าวขวัญกันมานาน

วันนี้ประเทศมี “ภัยแทรกซ้อนรูปแบบใหม่” ที่ยังไม่ชัดเจนว่าหน่วยงานไหนควรรับผิดชอบหลัก เช่น ภัยจากสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ ขบวนการสีดำหรือสีเทา โดยเฉพาะจาก “ต่างด้าว” และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น ภัยคุกคามรูปแบบใหม่เหล่านี้เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ กอ.รมน.เป็นเจ้าภาพ

ส่วนเรื่องจับบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่เถื่อน สุราเถื่อน น้ำมันเถื่อน สถานบันเทิงที่ทำผิดกฎหมาย และเลยเถิดไปถึงการเรียกเก็บส่วย กรณีเหล่านี้ล้วนมีหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงและชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น กอ.รมน.จึงอย่าไปแย่ง “ชามข้าว” เขาเลย

ขอสรุปสั้นๆ ดังนี้ แม้ทุกรัฐบาลจะแสลงหูกับคำว่า “ยุบทิ้ง กอ.รมน.” แต่สามารถผลักดันให้ปฏิรูปสู่การสร้างประโยชน์และคุ้มค่ากับงบประมาณได้สมกับคำเรียกขานชื่อเต็มขององค์กรว่า “”กองอำนวยการรักษาความสงบภายในราชอาณาจักร” ได้มิใช่หรือ