xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรกร จ.ตรังเจอสารพัดปัญหา “ปลากะพง” จนอาจต้องเลิกเลี้ยงทั้งหมด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - เกษตรกรใน จ.ตรังเจอปัญหาปลากะพงตายเกลื่อนกระชัง เพราะน็อกน้ำฝน ซ้ำยังหวั่นเจอปัญหาราคาผันผวนจนอาจต้องเลิกเลี้ยงทั้งหมด หลังรัฐบาลเพิ่งไปเจรจากับมาเลเซียให้นำเข้าปลากะพงเสรี

วันนี้ (11 ก.ค.) กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงในกระชัง บริเวณอ่าวคลองปะเหลียน หมู่ที่ 1 บ้านท่าเรือ ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง นำผู้สื่อข่าวไปดูปัญหาปลากะพงลอยตายเกลื่อนในกระชัง หลังประสบปัญหาน็อกน้ำเป็นจำนวนมาก อันเนื่องมาจากฝนตกหนักบริเวณด้านบน แล้วไหลลงผ่านกระชังด้านล่าง ก่อนจะออกสู่ทะเล ซึ่งเป็นปัญหาที่เกษตรกรต้องประสบทุกปีในช่วงฝนตกหนัก

ในปีนี้ เกษตรกรเริ่มประสบปัญหาต่อเนื่องมานานประมาณ 1 เดือนแล้ว ซึ่งทุกวันนี้ยังคงมีปลากะพงทยอยตายต่อเนื่อง ขนาดน้ำหนักตั้งแต่ 1-2 กิโลกรัม บางรายเลี้ยงประมาณ 3,000-4,000 ตัว แต่ตายไปแล้วประมาณ 1,000 ตัว บางรายเลี้ยงประมาณ 1,000 ตัว ตายไปแล้วเหลือประมาณ 400 ตัว ส่วนที่มีอาการใกล้จะตายก็มีอีกจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรแต่ละรายสูญเงินไปจำนวนมาก ต้องการให้มีหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุ

ขณะเดียวกัน กลุ่มเกษตรกรทั้งหมดยังห่วงกรณีที่รัฐบาล นำโดยนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งล่าสุดได้เดินทางไปเจรจากับมาเลเซีย โดยรวมปัญหาให้นำเข้าปลากะพง แลกส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซีย รวมอยู่ด้วย

นายสมบัติ จันทร์บำรุง และนายทวี เกียรติเดช ตัวแทนเกษตรกร บอกว่า ปกติในพื้นที่บ้านท่าเรือ มีผู้เลี้ยงปลากะพง จำนวน 38 ราย แต่หลังจากที่ปลากะพงจากมาเลเซียเข้ามาตีตลาดเมื่อปีที่แล้ว ทำให้เกษตรกรขาดทุนจนเลิกเลี้ยงไปเกือบทั้งหมด คงเหลือเลี้ยงอยู่ประมาณ 7 รายแล้วเท่านั้น มาในตอนนี้หากรัฐบาลจะปล่อยให้มีการนำเข้าปลากะพงแบบเสรี เชื่อว่าจะทำให้พวกตนเดือดร้อนแน่นอน เนื่องจากปลามาเลเซียต้นทุนต่ำกว่าของพวกตน เพราะรัฐบาลเขาช่วยเหลือเกษตรกร แต่เกษตรกรไทยต้องใช้ทุนส่วนตัวในการเลี้ยง

อีกทั้ง ในปีนี้ต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว เช่น อาหารปลา ซึ่งต้องใช้ปลาสด จากเดิม กิโลกรัมละ 8-15 บาท แต่ตอนนี้ปรับราคาขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 22-25 บาท หากปล่อยให้นำปลากะพงมาเลเซียเข้ามาจะซ้ำรอยเหมือนปีที่แล้ว พวกตนที่เหลือคงต้องหยุดเลี้ยง โดยปีที่แล้วมีปลากะพงมาเลเซียเข้ามาตีตลาด เช่น ปลาจาน (ปลาขนาด 7-8 ขีด เทียบเคียงใส่จานขาย) มีราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 100 บาท ปลาไซส์ ขนาด 2-3 กิโลกรัม มีราคาอยู่ที่ 110-120 บาท ส่วนปลาไซส์ ขนาด 3-6 กิโลกรัม มีราคาเพียง กิโลกรัมละ 140 บาทเท่านั้น

เรื่องนี้ทำให้เกษตรกรชาวไทยอย่างพวกตนต้องขายตามในราคาที่ต่ำกว่าทุน เพราะหากไม่ขายตามก็ขายไม่ได้ ทำให้ขาดทุนกันจำนวนมาก จนส่วนใหญ่ต้องเลิกเลี้ยง และหากปีนี้รัฐปล่อยให้ปลามาเลเซียเข้ามาโดยไม่ควบคุม พวกตนก็ต้องหมดอาชีพอย่างแน่นอน เป็นไปได้ไม่อยากให้มีการนำเข้า หรือหากนำเข้า ขอวอนรัฐให้ช่วยประกันราคาปลากะพงของไทย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เช่น ปลากะพง ไซส์ขนาด 1-2 กิโลกรัม ขอให้ประกับราคาที่ กิโลกรัมละ 150 บาท ปลากะพง ขนาด 2-3 กิโลกรัม ซึ่งต้องใช้เวลาเลี้ยงยาวนานถึงปีกว่า ขอให้ประกันราคาที่ กิโลกรัมละ 170-180 บาท เป็นต้น