xs
xsm
sm
md
lg

เปิดใจ "เนเน่" สาวน้อยชาวภูเก็ตวัย 16 ปี ผู้คว้า 4 ผ่าน AGT เผยกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ เมื่อกรรมการบอก “เธอคือ Rockstar”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เปิดใจ "เนเน่" สาวน้อยชาวภูเก็ตวัย 16 ปี พลิกผันชีวิตจากเด็ก ที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ เล่นดนตรีเปิดหมวดที่ตลาดท้ายรถ ก้าวไปสู่ เวที America’s Got Talent โชว์พลังร็อกในเพลง "Zombie" คว้า คว้า 4 Yes จากกรรมการ


กลายเป็นกระแสไวรัล ไปแล้ว สำหรับ "เนเน่ รอยัล" (Nene Royal) มือกีตาร์ และ นักร้องสาวน้อยวัย 16 ปี ชาวจังหวัดภูเก็ต ผู้ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยยอดผู้ติดตามรวมกว่า 3,000,000 คน บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งล่าสุด ได้รับเข้าร่วมออดิชันในรายการประกวดความสามารถระดับโลก "America’s Got Talent ซีซั่น 21" ทางสถานีโทรทัศน์ NBC ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเวทีดังกล่าว เนเน่ รอยัล ได้โชว์พลังอย่างเต็มที่ ทั้งร้องและเล่นกีต้าร์ ด้วยเพลงร็อกระดับตำนานอย่าง "Zombie" ของวง The Cranberries

ซึ่งเนเน่ สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลัง ทั้งในด้านการควบคุมเสียงร้อง และการบรรเลงไลน์กีตาร์สด ส่งผลให้ได้รับเสียงปรบมือ ชื่นชมอย่างกึกก้องจากผู้คนทั่วทั้งสตูดิโอ และ ภายหลังการแสดงสิ้นสุดลง คณะกรรมการทั้ง 4 คนให้เธอผ่านเข้ารอบต่อไป ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นชื่นชมทักษะดนตรีของเนเน่ โดยระบุว่าเธอมีเสน่ห์ ดึงดูดใจและมีพลังงานของ "ร็อกสตาร์" อย่างแท้จริง แม้ว่าการแสดงจะยังคงมีกลิ่นอายของความดิบอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามหลังเทปดังกล่าวออกอากาศ ส่งผลให้ชื่อของเนเน่ รอยัล ดังกระหึ่มในโลกโซเชียวมากขึ้น ทำให้ผู้ติดตามในโซเชียลของเธอพุ่งกระฉูด ส่วนใหญ่เข้ามาให้กำลังใจและชื่นชมในความสามารถของ “น้องเนเน่”

โดยวันนี้ ( 9 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ร่วมพูดคุย กับ น้องเนเน่ รอยัล หรือ รัตติการต์ อำลอย อายุ 16 ปี สาวน้อยที่กำลังดังอยู่ในกระแสตอนนี้ รวมทั้ง นายณรงค์ อำลอย อายุ 57 ปี คุณพ่อของน้องเนเน่ รอยัล ถึงความรู้สึกหลังเข้าร่วมออดิชันในเวทีระดับโลก รายการประกวดความสามารถระดับโลก "America’s Got Talent ซีซั่น 21" ว่า ตนเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวธรรมดาๆ พ่อกับแม่ทำงานโรงแรมอยู่ในพื้นที่ภูเก็ต ไม่ได้เป็นลูกหลานของคนรวย


ในการตัดสินใจไปออดิชั่นในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าเวทีนี้เป็นเวทีใหญ่ระดับโลก ซึ่งตนก็มีความไฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากไปเวทีนี้เพราะมีคนไปเยอะมาก ถ้าได้ไปเวทีนี้ก็เหมือนกับเป็นการสานฝันที่จะทำให้สามารถก้าวขึ้นไปเป็นศิลปินและทัวร์คอนเสิร์ตไปตามที่ต่างๆทั่วโลก ซึ่งก่อนที่จะไปก็ได้มีการพูดคุยกันหลังจากได้รับการติดต่อมาซึ่งตอนนั้นพ่อก็คิดหนักว่าจะไปอย่างไร เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงมาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไป น้องเนเน่ เล่าอีกว่า การเตรียมตัวใช้เวลาหลายเดือน ซ้อมร้องเพลงและเล่นกีตาร์ทุกวัน เมื่อเหนื่อยก็พักเพียงไม่กี่นาทีแล้วกลับมาซ้อมต่อ โดยทุ่มเทให้กับการฝึกฝนอย่างเต็มที่

ก่อนขึ้นเวทีก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ก็สู้ เพราะการที่จะได้เข้าร่วมเวทีนี้มีความเป็นไปได้ยากมาก พอเห็นกรรมการทั้ง 4 คน ใจเต้นแรง แต่ก็บอกตัวเองว่าเราซ้อมมาแล้ว ต้องทำให้เต็มที่ ตอนแรกหลายคนอาจคิดว่าจะเล่นแบบนุ่ม ๆ แต่จริง ๆ หนูชอบเพลงร็อก เลยใส่เต็มที่ ทั้งร้อง ทั้งเล่นกีตาร์ และเอนเตอร์เทนคนดู เหมือนกำลังเล่นคอนเสิร์ตของตัวเอง”

น้องเนเน่ เล่าว่า ช่วงเวลาที่ประทับใจที่สุดคือหลังการแสดง เมื่อคณะกรรมการลุกขึ้นยืนปรบมือ พร้อมกล่าวชื่นชมว่าเธอมีพลังบนเวทีอย่างมาก และหนึ่งในกรรมการยังบอกว่า “เธอคือ Rockstar” ทำให้รู้สึกตื้นตันจนเกือบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “หนูภูมิใจที่ทำได้เต็มที่ พอหันไปเห็นพ่อร้องไห้ ก็ยิ่งรู้ว่าความพยายามทั้งหมดมันคุ้มค่า ตนจึงเข้าไปกอดพ่อ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด”

น้องเนเน่ เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า เริ่มเรียนร้องเพลงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ช่วงเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ก่อนจะได้ลองเรียนกีตาร์เป็นครั้งแรก แม้ช่วงแรกจะเจ็บนิ้วและเล่นยาก แต่กลับหลงใหลในเสียงดนตรีอย่างรวดเร็ว โดยเพลงแรกที่ฝึกเล่นคือเพลง Zombie ซึ่งกลายมาเป็นเพลงที่พาเธอไปสร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลกในวันนี้ เธอยังบอกอีกว่า ได้รับอิทธิพลจากการฟังเพลงร็อกกับคุณพ่อตั้งแต่เด็ก แม้ครอบครัวจะไม่ได้เป็นนักดนตรี แต่คุณพ่อเคยมีความฝันอยากเล่นดนตรีและขึ้นเวที ซึ่งวันนี้ตนทำความฝันให้พ่อเป็นจริงแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ตนไปเล่นดนตรีเปิดหมวกพ่อจะตามไปด้วยทุกครั้งตนเป็นคนร้องเพลงเล่นกีต้า พ่อจะยืนเต้นอยู่ข้างๆตลอดเวลา


สำหรับเป้าหมายต่อจากนี้ เนเน่ตั้งใจจะเดินหน้าสร้างผลงานเพลงของตัวเอง โดยอยากเป็นศิลปินระดับโลก และมีโอกาสออกทัวร์คอนเสิร์ตเช่นเดียวกับ ลิซ่า และ MILLI ซึ่งเป็นศิลปินที่เธอชื่นชอบและใช้เป็นแรงบันดาลใจ

ด้านนายณรงค์ อำลอย อายุ 57 ปี คุณพ่อ กล่าวว่า การเตรียมตัวทั้งหมดทำกันเองภายในครอบครัว ไม่ได้จ้างโปรดิวเซอร์หรือทีมงานใหญ่ ทั้งการเรียบเรียงเพลง ตัดต่อคลิป และส่งผลงานให้ทีมงานรายการพิจารณา โดยมีการปรับแก้ตามคำแนะนำจนได้ผลงานที่สมบูรณ์ ขณะที่เนเน่เรียนร้องเพลงและกีตาร์กับครูจาก Yamaha Guitar โดยมีครูก้องเกียรติเป็นผู้สอน. 

ส่วนการก้าวต่อไปของลูกสาวนั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมปล่อยผลงานเพลงแนวร็อกของเนเน่ ซึ่งมีแต่งไว้แล้วประมาณ 3-4 เพลง โดยทุกเพลงลูกสาวเป็นผู้แต่งเองทั้งหมด พร้อมยอมรับว่าหลังรายการออกอากาศ กระแสตอบรับจากทั้งคนไทยและต่างประเทศดีเกินคาด ยอดผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังคลิปออกอากาศ

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ น้องยังไปเล่นดนตรีเปิดหมวกที่ตลาดท้ายรถนาคา เหมือนเดิน เพราะถือที่นี่เป็นเวทีแรกที่เปิดโอกาสให้ลูกสาวได้โชว์ความสามารถ ได้แสดงออก และได้สร้างประสบการ ถ้าไม่มีเวทีนี้ การก้าวไปยังเวทีอื่นๆก็อาจจะไม่มีตามมา

ก่อนหน้านี้เนเน่ เคยฝากผลงานและสร้างชื่อเสียงในระดับประเทศมาแล้วมากมาย อาทิ การแสดงในรายการ "Super 10" ร่วมกับศิลปินมืออาชีพ การคว้าชัยชนะรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (2nd Place) ในการประกวดกีตาร์ระดับประเทศ "Overdrive Guitar Contest ครั้งที่ 14" เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2566 และการได้รับรางวัลผู้เล่นดีเด่น "Outstanding Player" จากการประกวด King Power Band Competition เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2568 นอกจากนี้ เธอยังเป็นที่จดจำของชาวภูเก็ตจากการเป็นนักดนตรีเปิดหมวกตามตลาดนัดในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในอาชีพนักดนตรีของเธอ