ศูนย์ข่าวภูเก็ต – สถานทูตเวียดนาม แต่งตั้ง “ธเนศ ตันติพิริยะกิจ” ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ พร้อมเปิดสถานกงสุลประจำภูเก็ต และเขตกงสุล 8 จังหวัดภาคใต้ เชื่อมความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม ส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (9 ก.ค.69) ที่โรงแรมในยาง บีช รีสอร์ท แอนด์ จ.ภูเก็ต นาย ฟาม เวียด ฮุง (H.E. Mr. Pham Viet Hung) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วย นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำจังหวัดภูเก็ต เป็นเจ้าภาพในพิธีแต่งตั้ง นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดภูเก็ต พร้อมเปิดสถานกงสุลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายบัญชา ธนูอินท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นางสาวคณาธิป สุขเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กงสุลกิตติมศักดิ์ประเทศต่างๆ ประจำจังหวัดภูเก็ต ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมแสดงความยินดีอย่างคั่บคั่ง
นายฟาม เวียด ฮุง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า การเปิดสำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีเขตอำนาจครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและประเทศไทย โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ทั้งสองประเทศกำลังก้าวสู่วาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต
พร้อมระบุว่า จังหวัดภูเก็ตและภาคใต้ของประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะประตูเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และการคมนาคมของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะหลังการเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างนครโฮจิมินห์และจังหวัดภูเก็ตของสายการบิน Vietnam Airlines เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น
ด้าน นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประจำจังหวัดภูเก็ต และเขตกงสุล 8 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน รวมทั้งอำนวยความสะดวกและดูแลผลประโยชน์ของชาวเวียดนามในเขตกงสุลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะการเชื่อมด้านการลงทุนและท่องเที่ยวนั้น เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ทางสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ได้เปิดเที่ยวบินตรงจากโฮจิมินท์ มายัง ภูเก็ต และในวันนี้ทางเวียดนามแอร์ไลน์ได้จัดเฟรมทริปนำนักธุรกิจจากเวียดนามมาพบปะเจรจาธุรกิจกับนักธุรกิจในภูเก็ต ซึ่งจะส่งผลดีต่อการลงทุนทั้งภูเก็ตและเวียดนาม รวมไปถึงความสัมพันธ์ในมิติอื่นๆ ก็มีการเชื่อมโยงกัน เช่น โอกาศครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทยเวียดนามทางสถานทูตได้ส่งภาพถ่ายมาจัดแสดงงานศิลปะที่ภูเก็ตอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวเวียดนามที่เข้ามาภูเก็ต เมื่อปีที่แล้วเข้ามากว่า 1 หมื่นคน และหลังจากที่มีไฟล์ทบินตรงจากเวียดนามมาภูเก็ต เชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเวียดนามเข้ามาภูเก็ตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้มีสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์และไทยเวียตเจ็ท ทำการบินมาเวียดนาม-ภูเก็ต-เวียดนาม ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวเวียดนามมาเติมเต็มให้ภูเก็ตในช่วงกรีนซีซั่นได้ในระดับหนึ่ง เพราะสิ่งที่นักท่องเที่ยวเวียดนามมองหาที่ภูเก็ตหลายอย่างไม่มีในเวียดนาม เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงลักซูรี่ ที่ทางเวียดนามต้องการศึกษา ซึ่งต่อไปจะเป็นสิ่งที่สามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ และในทางกลับกันคนไทยเองก็ชอบไปเที่ยวเวียดนาม มีแหล่งช้อปปิ้งราคาถูกที่นักท่องเที่ยวคนไทยชอบ
นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การเปิดสำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์แห่งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยเฉพาะในช่วงวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมแสดงความยินดีกับการแต่งตั้งกงสุลฯภและสถานกงสุลฯ ที่ภูเก็ต รวมไปถึงการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างนครโฮจิมินห์และจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ตลอดจนสร้างโอกาสใหม่ในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับประเทศเวียดนามในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าสำนักงานกงสุลกิตติมศักดิ์แห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางสำคัญในการส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมืออันยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามต่อไป


