xs
xsm
sm
md
lg

4 ปีไม่คืบหน้า! สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรังจี้เร่งดำเนินโกงจัดซื้อที่ดิน 14 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีอาญาและเพ่ง ต่อคณะกรรมการและผู้จัดการสหกรณ์ฯ หลังตกเป็นผู้ต้องหากระทำการทุจริตในการจัดซื้อที่ดิน มูลค่า 14.7 ล้าน หลังคดีผ่านมานานกว่า 4 ปี

วันนี้ (8 ก.ค.) พ.ต.ต.รชต มณีรัตน์ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำกัด ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการจังหวัดตรัง เพื่อติดตามเร่งรัดคดีที่คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรังถูกดำเนินคดีอาญา กรณีการจัดซื้อที่ดินสหกรณ์ตำรวจมิชอบ หลังจากคดีเกิดความล่าช้า ขณะเดียวกันร้องกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพิกเฉยไม่ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายจากกรรมการชุดดังกล่าว หลังคดีผ่านมาแล้วเกือบ 4 ปี เตรียมแจ้งความมาตรา 157 กับนายทะเบียนสหกรณ์

ทั้งนี้ พ.ต.ต.รชต บอกว่า มีความล่าช้าในการดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง ต่อคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำนวน 15 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหากระทำการทุจริตในการจัดซื้อที่ดิน เนื้อที่ 3 ไร่ 57 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง มูลค่า 14.7 ล้านบาท

โดยตัวเองในฐานะสมาชิกซึ่งเป็นผู้เสียหาย ได้ออกมาร้องเรียนเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชน และร้องต่อสหกรณ์จังหวัดตรัง ในฐานะรองนายทะเบียน นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2565 เพื่อขอให้นายทะเบียนสหกรณ์ (อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์) ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง กับคณะกรรมการขณะนั้น (ชุดที่ 57) และผู้ที่เกี่ยวข้องของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำกัด ในกรณีจัดซื้อที่ดินดังกล่าว

ต่อมา สำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง ในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ ปฏิบัติการแทนนายทะเบียนสหกรณ์ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่า คณะกรรมการดำเนินการ และผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำกัด ไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับและระเบียบของสหกรณ์ และผู้จัดการสหกรณ์ฯ ไม่ได้จัดทำแผนงานและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสหกรณ์ เสนอคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาและเสนอที่ประชุมใหญ่อนุมัติ

ดังนั้น สหกรณ์จังหวัดตรัง ในฐานะรองนายทะเบียนสหกรณ์ จึงใช้อำนาจออกคำสั่งให้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำกัด แก้ไขข้อบกพร่องตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ หากไม่ดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง ก็จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป คือ ให้ทั้งหมดร่วมชดใช้เงินจำนวนทั้งหมด และให้ดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง เพราะก่อให้เกิดความเสียหายแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้คณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำกัด ยังไม่ได้ชดใช้เงินจำนวนทั้งหมด โดยคณะกรรมการและผู้จัดการได้ฟ้องศาลปกครองสงขลา เพื่อให้ศาลปกครองพิจารณาว่า การออกคำสั่งของสหกรณ์จังหวัดตรังดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ระหว่างนั้นสหกรณ์จังหวัดกลับเพิกเฉย อ้างต้องการรอคำพิพากษาศาลปกครองเสียก่อน

ซึ่งตนก็ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ว่า ผลการพิจารณาของคณะกรรมการที่นายทะเบียนแต่งตั้งนั้นได้พิสูจน์ทราบแล้วว่า กรรมการและผู้จัดการกระทำการมิชอบด้วยกฎหมาย จะต้องเข้าแจ้งความดำเนินคดีทั้งอาญาและแพ่งต่อคณะกรรมการชุดดังกล่าว ไม่ต้องรอคำสั่งศาลปกครอง ทำให้ต่อมาสหกรณ์จังหวัดตรังในฐานะรองนายทะเบียน จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีอาญาต่อพนักงานสอบสวน ในข้อหาขัดคำสั่งนายทะเบียนตาม พรบ.สหกรณ์ฯ และต่อมาพนักงานสอบสวนรับเป็นคดี ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565

โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ประธานกรรมการและพวก ชุดที่ 57 รวม 15 คน ในจำนวนนี้ยังมี 11 คน ที่ยังรับราชการตำรวจอยู่ และทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพิ่งจะได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 15 คน พร้อมสำนวนการสอบสวนส่งฟ้องต่ออัยการจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังเรื่องผ่านมาเกือบ 4 ปี และขณะนี้เรื่องยังอยู่ในชั้นอัยการ ล่าสุดจึงได้เดินทางมาสอบถามความคืบหน้าของคดีกับอัยการจังหวัด ถึงวันเวลาที่ส่งฟ้องศาลในวันนี้

พ.ต.ต.รชต มณีรัตน์ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจตรัง จำกัด ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีแพ่งที่จะต้องให้คณะกรรมการและผู้จัดการต้องชดใช้เงินทั้งหมดนั้น ทางอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะนายทะเบียน และสหกรณ์จังหวัดตรัง ในฐานะรองนายทะเบียน จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินคดีทางแพ่งแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ตนและสมาชิกสหกรณ์ตำรวจทั้งหมดหลายพันคนห่วงว่า คดีจะหมดอายุความ จะไม่สามารถเอาผิด ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เพื่อชดใช้เงินคืนกลับให้แก่สมาชิกได้ ซึ่งตนจะติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด นอกจากนั้นหลังจากนี้หากทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับกรรมการทั้งหมด ตนจะแจ้งข้อหาตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่ออธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ต่อไป