ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ต่างชาติกร่าง! เช่าเจ็ตสกีขับไปเฉี่ยวชน ได้รับความเสียหาย คนดูแลเรียกร้องให้จ่ายค่าซ่อม กลับบ่ายเบี่ยงและเดินหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ส่วนผู้ดูแลตามไปทวง ทำให้ต่างชาติไม่พอใจ จับตัวฟาดลงกับพื้น และชกต่อยจนบาดเจ็บ
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ก.ค. บริเวณหาดป่าตอง เกิดเหตุชาวต่างชาติทำร้ายร่างกาย ผู้ดูแลเจ็ตสกี บริเวณหาดป่าตอง ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ดูแลเจ็ตสกีได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้า และร่างกายหลายแห่ง
ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ภายหลังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่ง มาเช่าเจ็ตสกีไปขับขี่ และ เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับเจ็ตสกีอีกลำ ทำให้เจ็ตสกีที่นักท่องเที่ยวเช่าไปได้รับความเสียหาย เมื่อผู้ดูแลเจ็ตสกี แจ้งให้รับผิดชอบค่าเสียหาย กลับปฏิเสธและเดินหลบหนี ก่อนจะก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ดูแลได้รับบาดเจ็บ
นายณัฐวุฒิ เดชเอี่ยม ผู้ดูแลเจ็ตสกี ซึ่งเป็นผู้เสียหายในเหตุการณ์ดังกล่าว กล่าวว่า หลังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขับเจ็ตสกีเฉี่ยวชนจนเกิดความเสียหาย ตนได้พยายามพูดคุยด้วยดีๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งมีหลักฐานยืนยันความเสียหายทั้งหมด แต่คู่กรณีกลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ก่อนเดินหนีออกจากบริเวณชายหาดไปทางถนนบางลา
ตนจึงเดินติดตามไปเพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ไม่ยอมรับผิดชอบ กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนที่นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวจะเกิดความไม่พอใจ พุ่งเข้ามาจับตัวอุ้มฟาดลงกับพื้น และชกต่อยเข้าที่ใบหน้าหลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้วิ่งหลบหนีไป
ส่วนตนได้เดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เนื่องจากได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง มีอาการฟกช้ำตามร่างกาย ใบหน้าบวม และกระดูกโหนกแก้มแตกร้าว โดยผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ได้ตอบโต้ เพราะทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยว และต้องการให้เรื่องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ปิยะณัฐ ขุนทอง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินคดีกับนักท่องเที่ยวที่ก่อเหตุ โดย พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ. ผกก.สภ.ป่าตอง เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ผู้เสียหายเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุรับผิดชอบทั้งค่าเสียหายของเจ็ตสกีและความเสียหายจากการทำร้ายร่างกาย พร้อมวิงวอนให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับนักท่องเที่ยวที่กระทำผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการและแรงงานด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต


