xs
xsm
sm
md
lg

ม.อ.สุราษฎร์ฯ เปิดการแสดงโขน “รามเกียรติ์ ชุดศึกกุมภกรรณ” เชิดชูพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและฉลองครบรอบ 35 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - รมว.วธ. เปิดการแสดงโขนสงขลานครินทร์ “รามเกียรติ์ ชุดศึกกุมภกรรณ ตอน สุครีพถอนต้นรัง” เชิดชูพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ผู้ทรงสืบสานโขนไทย พร้อมร่วมเฉลิมฉลอง 35 ปี ม.อ.สุราษฎร์ธานี



เมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ (6 ก.ค.69) ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงโขนสงขลานครินทร์ เรื่อง รามเกียรติ์ ชุดศึกกุมภกรรณ ตอน สุครีพถอนต้นรัง ซึ่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี จัดขึ้น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชวิริยอุตสาหะในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปะการแสดงโขนไทย ตลอดจนร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 35 ปีแห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี

ในโอกาสนี้ นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัต แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวต้อนรับ รองศาสตราจารย์สุชาดา ทิพย์มนตรี รองอธิการบดีวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมี นายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารมหาวิทยาลัย หัวหน้าส่วนราชการ คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก


นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมขอชื่นชมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ได้ริเริ่มและสืบสานการจัดการแสดงโขนสงขลานครินทร์มาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้เข้าถึงคุณค่าของมรดกภูมิปัญญาของชาติอย่างใกล้ชิด สะท้อนบทบาทสำคัญของสถาบันอุดมศึกษาที่มิได้มีหน้าที่เพียงผลิตบัณฑิตหรือสร้างองค์ความรู้ หากยังเป็นกำลังสำคัญในการปลูกฝังคุณค่าทางวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และถ่ายทอดมรดกอันล้ำค่านี้สู่คนรุ่นต่อไป


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ศิลปวัฒนธรรมมิใช่เพียงความงดงามที่ควรค่าแก่การชื่นชม หากแต่เป็นรากฐานของอัตลักษณ์ ความคิด ความเชื่อ และภูมิปัญญาที่หล่อหลอมความเป็นชาติ การธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมจึงเป็นภารกิจร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการสร้างการมีส่วนร่วมของสถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมของชาติได้รับการสืบทอดอย่างมั่นคงและยั่งยืน

นางสาวซาบีดา กล่าวต่อไปว่า “โขน” ถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่รวบรวมศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงไว้อย่างสมบูรณ์ ทั้งวรรณศิลป์ นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์ งานช่างศิลป์ และหัตถศิลป์ สะท้อนภูมิปัญญาอันวิจิตรของบรรพชนไทย และเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ได้รับการยกย่องในระดับสากล โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ เมื่อปี 2552 และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ภายใต้ชื่อ “Khon, masked dance drama in Thailand” นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้รายการแรกของประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในระดับนานาชาติ สะท้อนถึงคุณค่าและความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติไทยที่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเสริมว่า การแสดงโขนในครั้งนี้เป็นโอกาสอันสำคัญที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชปณิธานและพระราชวิริยอุตสาหะในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปะการแสดงโขนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการแสดง ดนตรี เครื่องแต่งกาย งานช่างศิลป์ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ จนโขนไทยกลับมารุ่งเรือง งดงาม สมบูรณ์ และได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและนานาชาติ นับเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้โขนคงอยู่เป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจ

“กระทรวงวัฒนธรรมขอชื่นชมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ศิลปิน คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดการแสดง อันทรงคุณค่านี้ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแสดงโขนสงขลานครินทร์จะได้รับการสืบสาน พัฒนา และต่อยอดให้เป็นเวทีศิลปวัฒนธรรมสำคัญของประเทศ ที่ช่วยปลูกฝังความภาคภูมิใจในความเป็นไทยแก่เยาวชนและประชาชน ตลอดจนสร้างการรับรู้คุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวในตอนท้าย