xs
xsm
sm
md
lg

ผู้เลี้ยงกุ้งตรังโอดต้องจับกุ้งไซส์เล็กขายหนีขาดทุนก่อนปิดบ่อ หลังรัฐแก้ปัญหาล่าช้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - ผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ใน จ.ตรัง ถอดใจยอมจับกุ้งไซส์เล็กขายหนีขาดทุนเพิ่ม พร้อมปล่อยร้างอุปกรณ์ทั้งหมดชั่วคราว หลังรัฐแก้ปัญหาล่าช้าปล่อยเกษตรกรเผชิญชะตากรรมล้มทั้งระบบ

วันนี้ (6 ก.ค. ) ผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ในจังหวัดตรัง ถอดใจยอมจับกุ้งไซส์เล็กขายเป็นครั้งแรกในชีวิตการเลี้ยงกว่า 20 ปี หนีขาดทุนเพิ่ม พร้อมยอมปล่อยร้างอุปกรณ์ทั้งหมดชั่วคราว และแบกรับภาระเลี้ยงครอบครัวคนงานอีก 10 ครอบครัวต่อไป โดยไม่มีงานทำ เพราะไม่กล้าลงกุ้งใหม่ หลังรัฐแก้ปัญหาล่าช้า ปล่อยเกษตรกรเผชิญชะตากรรมล้มทั้งระบบ

ทั้งนี้ นายสุชาติ คงวัฒนานนท์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ในจังหวัดตรัง นำผู้สื่อข่าวสำรวจสภาพบ่อเลี้ยงกุ้งของตัวเองในพื้นที่ ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ที่มีทั้งหมด 22 บ่อ ขนาดตั้งแต่ 3-7 ไร่ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2-3 เดือนมานี้ เมื่อได้จับกุ้งในบ่อใดแล้วเสร็จก็จะทยอยปิดบ่อนั้นเพื่อหยุดเลี้ยงชั่วคราว รวมแล้ว 21 บ่อ ยอมปล่อยทิ้งร้างอุปกรณ์การเลี้ยงทั้งหมดที่เริ่มมีสนิมเกาะจนเป็นสีแดง คงเหลือบ่อสุดท้ายที่จับล่าสุดในวันนี้เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่


โดยไซส์ของกุ้งที่จับขายนั้นมีขนาดแค่ 150 ตัวต่อ กก. ซึ่งถือยังเป็นกุ้งขนาดเล็ก หรือมีระยะเวลาเลี้ยงกว่า 70 วันเท่านั้น โดยขายได้ในราคาขาย กก.ละ 87 บาท และได้กุ้งจำนวนทั้งหมดประมาณ 8-9 ตัน แต่หากคำนวณแล้วบ่อนี้จะขาดทุนประมาณแสนกว่าบาท เพราะหากฝืนเลี้ยงต่อไปมากกว่านี้ หรือเลี้ยงให้ได้ขนาด 45-50 ตัวต่อ กก.นั้น จะต้องเลี้ยงต่อไปอีกประมาณ 2 เดือน แต่จะยิ่งทำให้ขาดทุนมากกว่านี้ เพราะขณะนี้กุ้งขนาด 45-50 ตัวต่อ กก. ราคาหน้าบ่ออยู่ที่ประมาณ กก.ละ 130-140 บาทเท่านั้น ซึ่งกว่าจะถึง 2 เดือน ราคาไม่รู้จะตกลงอีกเท่าไหร่ จึงตัดสินใจจับขายในตอนนี้เพื่อลดภาวะขาดทุน

นายสุชาติ บอกว่า กุ้งทั้ง 22 บ่อที่จับต่อเนื่องกันมาขาดทุนทุกบ่อรวมแล้วกว่าล้านบาท ซึ่งตัวเองเลี้ยงกุ้งมากว่า 20 ปี ไม่เคยประสบปัญหาขาดทุนหนักขนาดนี้ และไม่เคยจับกุ้งไซส์ขนาดเล็ก 150 ตัวต่อ กก.ขายมาก่อน ที่ผ่านมาจับขายแต่ไซส์ใหญ่ ขนาด 30-50 ตัวต่อ กก.เท่านั้น เพราะหากฝืนเลี้ยงต่อไปก็จะขาดทุนมากขึ้น และจะรอท่าทีที่ชัดเจนจากรัฐบาลในการแก้ปัญหาก่อน แต่เมื่อหยุดเลี้ยงกุ้งก็ยังต้องเลี้ยงคนงานทั้งหมด 10 ครอบครัวต่อไป ค่าจ้างก็ยังต้องจ่ายเต็มคนละกว่า 10,000 บาท จะต้องรับผิดชอบพวกเขาเพราะแต่ละครอบครัวมีค่าใช้จ่าย

ตอนนี้เกษตรกรเลี้ยงกุ้งทุกรายไม่มีใครจะลงกุ้งใหม่ จับแล้วก็หยุดเลี้ยง ตอนนี้ก็รอลุ้นอยู่ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร แต่หากช่วยเหลือเกษตรกรที่ กก.ละ 20 บาท ส่วนตัวคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด รัฐควรแก้ไขที่ต้นทุน ต้นทุนหลักของเกษตรกรคือ อาหาร เคมีภัณฑ์ ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ รวมทั้งต้นทุนด้านพลังงานคือ ไฟฟ้าและน้ำมันดีเซล ตกประมาณ 18-20 บาทต่อ กก. ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับกุ้งจากประเทศอื่นได้ ขณะที่รัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนในเการแก้ปัญหา ยิ่งรอนานเกษตรกรยิ่งล้มหมดเพราะทุกคนไม่มีทุนจะสู้ต่อ