xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ นราธิวาส นำทีมลงให้กำลังใจผู้แสวงบุญถูกลอยแพ ย้ำรัฐเร่งช่วยเหลือเต็มที่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นราธิวาส - ผู้ว่าฯ นราธิวาส พร้อมด้วย ผบก.สภ.นราธิวาส ลงพื้นที่ให้กำลังใจผู้แสวงบุญถูกลอยแพ หลังเดินทางกลับถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนราธิวาส ย้ำรัฐเร่งช่วยเหลือเต็มที่พร้อมประสานทุกหน่วยงานติดตามเงินคืน

วันนี้ (5 ก.ค.69) นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 4 และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เดินทางไปต้อนรับคณะผู้แสวงบุญอุมเราะห์ที่ได้รับผลกระทบ หลังเดินทางกลับถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนราธิวาส พร้อมให้กำลังใจ รับฟังปัญหา และพูดคุยกับผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังสั่งการให้เปิดจุดรับเรื่องของศูนย์ดำรงธรรม แยกตามรายอำเภอ 13 อำเภอ ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนราธิวาส เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับเรื่องร้องเรียนและรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมรับแจ้งข้อมูลเบื้องต้น เพื่อเร่งประสานการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย


ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จังหวัดไม่ทอดทิ้งผู้ได้รับผลกระทบ และได้มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลผู้เสียหาย พร้อมประสานหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อรักษาสิทธิของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยขอให้ผู้เสียหายนำหลักฐาน เช่น ใบเสร็จรับเงิน เอกสารการจอง ตั๋วเครื่องบิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องมายื่นประกอบการดำเนินการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยอมรับว่า การติดตามเงินคืนอาจต้องใช้เวลา และยังไม่สามารถรับประกันผลได้ทุกกรณี แต่จังหวัดจะเร่งประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด พร้อมย้ำให้ประชาชนที่ถูกฉ้อโกงรีบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจในพื้นที่โดยเร็ว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เดินหน้าดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และตัดวงจรการหลอกลวงไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอีก

ด้าน พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ตำรวจได้ตั้งคณะทำงานชุดพิเศษ เพื่อเร่งสืบสวนสอบสวน ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมติดตามทรัพย์สินและเงินของผู้เสียหายกลับคืนให้ได้มากที่สุด


ขณะที่ ดร.ซาการียา สะอิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 4 ระบุว่า ปัจจุบันการเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ยังไม่มีระบบกำกับดูแลที่เข้มงวดเทียบเท่าการประกอบพิธีฮัจย์ จึงมีแนวคิดผลักดันให้การเดินทางอุมเราะห์อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกับพระราชบัญญัติฮัจย์ เพื่อกำหนดมาตรฐานการอนุญาตผู้ประกอบการ การคุ้มครองผู้เดินทาง และการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ แม้ร่างกฎหมายเคยถูกชะลอ แต่ขณะนี้ตนและสส.อีกหลายท่านพร้อมร่วมผลักดันอีกครั้ง

พร้อมกันนี้ ดร.ซาการียา แนะนำประชาชนให้ตรวจสอบเอกสารสำคัญก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยต้องมีวีซ่า ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ และเอกสารยืนยันที่พักในประเทศซาอุดีอาระเบีย หากเอกสารยังไม่ครบ ไม่ควรเดินทางหรือชำระเงินเพิ่มเติม และหากได้รับความเสียหาย สามารถร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป