สตูล – เพื่อนบ้านมหาภัย เจ้าของ “สำนักปู่พญานาค” เดือดจัดถือมีดพร้าบุกขู่ฆ่าล้างบางเด็กนักเรียน นักกีฬาวอลเลย์บอล ร.ร.บ้านวังปริง อ.ท่าแพ ชาวบ้านนับร้อยฮือล้อมจี้ย้ายออกจากชุมชน ตำรวจต้องพาตัวออกจากพื้นที่
วันนี้ (3 ก.ค.) สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสถานศึกษากับเพื่อนบ้านบานปลายจนหวิดจลาจล เมื่อตัวแทนชุมชนและชาวบ้านกว่า 100 คน นำโดยนายอารีย์ หมีนพราน กำนัน พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ล้อมและประท้วงหน้าบ้านพัก ซึ่งเปิดเป็น “สำนักปู่พญานาค 9 เศียร” ติดกับกำแพงโรงเรียนบ้านวังปริง ต.ท่าเรือ อ.ท่าแพ จ.สตูล ยื่นคำขาดให้ย้ายออกจากพื้นที่ทันที หลังเกิดเหตุระทึกขวัญ เจ้าสำนักดังกล่าวถือมีดพร้าบุกข่มขู่เด็กนักเรียนหญิงถึงในโรงเรียน
ชนวนเหตุแห่งความเดือดดาลครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค. เวลาประมาณ 05.00 น. ขณะที่เด็กนักเรียนหญิงระดับชั้น ป.4-ม.3 ซึ่งเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงเรียนประมาณ 25 คน ที่พักนอนกินนอนอยู่ภายในโรงเรียน ลงมาซ้อมวิ่งวอร์มร่างกายรอบสนามช่วงเช้ามืด
ทันใดนั้น ได้มีหญิงรายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของสำนักปู่พญานาค เดินถือมีดพร้าบุกเข้ามาในเขตโรงเรียน ตรงเข้าชี้หน้าด่าทอเด็กนักเรียนด้วยถ้อยคำเดือดดาน โดยมีสามียืนคุมเชิงอยู่ที่ปากทางเข้าโรงเรียน ใกล้ต้นไม้ แม้ภาพจากกล้องวงจรปิดจะค่อนข้างมืดแต่บันทึกภาพจังหวะเงื้อมมีดข่มขู่ได้อย่างชัดเจน โดยกลุ่มเด็กๆ ยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุลั่นวาจาว่า "หากมีรอบหน้า จะเอาปืนมายิงให้ตาย" จนเด็กๆ วิ่งหนีด้วยความหวาดผวา
นายสมชาย หมาดง๊ะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังปริง เปิดเผยว่า ปัญหากับเพื่อนบ้านรายนี้เรื้อรังมานาน โดยเมื่อปลายปี 2567 ชาวบ้านเคยรวมตัวประท้วงมาแล้วรอบหนึ่ง เหตุเพราะคู่กรณีไม่พอใจเสียงกิจกรรมของโรงเรียน เช่น เสียงเด็กซ้อมกีฬา เสียงลำโพงหน้าเสาธง หรือเสียงฝึกอาซานก่อนละหมาด
“โรงเรียนพยายามประนีประนอมทุกทาง ทั้งหันลำโพงหนี ลดเสียง และงดเปิดเพลงช่วงเช้า แต่เขาก็ยังคุกคามไม่เลิก ทั้งขว้างก้อนหินใส่หลังคาอาคารพักนอนเด็กหญิง และแกล้งจุดประทัดเสียงดังสนั่นช่วงเด็กอนุบาลนอนกลางวัน ตอนนี้เด็กๆ หวาดระแวงจนไม่มีสมาธิซ้อมกีฬา เบื้องต้นเตรียมนำผ้าสแลนมาขึงปิดทัศนียภาพตลอดแนวเขต 165 เมตร และปิดประตูข้างโรงเรียนถาวร พร้อมแจ้งความและรายงาน สพฐ.แล้ว" ผอ.สมชาย กล่าว
ด้านสำนักปู่พญานาค 9 เศียร คู่กรณีที่ถูกกล่าวหา ฝ่ายหญิงยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเดินถือมีดพร้าเข้าไปในโรงเรียนจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้จะไปทำร้ายใคร เพียงแค่ต้องการเข้าไปดุด่าและปรามกลุ่มเด็กๆ ไม่ให้ส่งเสียงดังรบกวน โดยให้เหตุผลว่า ที่บ้านมีคุณแม่ที่นอนป่วยติดเตียงอยู่ ต้องการความสงบในการพักผ่อน พร้อมทั้งตอกกลับทางโรงเรียนว่า ตัวผู้อำนวยการโรงเรียนไม่ยอมปฏิบัติตามมติและข้อตกลงเรื่องการควบคุมเสียงที่เคยคุยกันไว้ก่อนหน้านี้ ทำให้ตนเองเกิดความเครียดสะสม
บรรยากาศการประท้วงเป็นไปอย่างตึงเครียด ชาวบ้านยืนกรานไม่ยอมรับพฤติกรรมป่าเถื่อนที่คุกคามเด็กนักเรียนและยื่นคำขาดให้ย้ายออก เพื่อลดแรงกดดันและป้องกันเหตุบานปลาย ตำรวจ สภ.ท่าแพ ที่ตรึงกำลังควบคุมสถานการณ์จึงได้ตัดสินใจเชิญสองผัวเมีย เจ้าของสำนักปู่พญานาค 9 เศียร ขึ้นรถสายตรวจเดินทางไปยังสถานีตำรวจ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมทันที จากกรณีที่โรงเรียนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อนหน้านี้
หลังจากเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคู่กรณีออกจากพื้นที่ ทำให้กลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันเกือบ 100 คนพอใจและยอมทยอยสลายตัวแยกย้ายกลับไป โดยไม่มีเหตุปะทะรุนแรงเกิดขึ้น ท่ามกลางการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่


