ศูนย์ข่าวภูเก็ต – โรงแรมขนาดเล็กภูเก็ต ไม่มั่นใจเข้าสู่ระบบ เปิดคลินิกแก้ปัญหาครบวงจร กว่า 10 วัน ลงทะบียนไม่ถึง 300 ราย จากโรงแรมนอกระบบกว่า 3 พันแห่ง จังหวัดเชิญชวนคว้าโอกาสสุดท้าย ก่อนเปิดศูนย์ 2 ก.ค.นี้ ด้าน “รองรอมดอม” ย้ำให้ผู้ประกอบการจ่ายค่าธรรมเนียมตามกฎหมายกำหนดเท่านั้น
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (30 มิ.ย. 2569) ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ต ซิตี้ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการแถลงข่าว “The Last Call โอกาสสุดท้าย” พร้อมด้วย นายสิทธิโชค เตมะศิริ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง นายชินวัฒน์ อุดมนิยม นายกสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต นายมโนสิทธิ์ แจ้งจบ ประธานคณะอนุกรรมการโรงแรมขนาดเล็ก สภาอุตสหาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อส่งสัญญาณถึงผู้ประกอบการที่พักรายวัน โรงแรมขนาดเล็ก และโฮเทลทุกประเภทในจังหวัดภูเก็ต ที่ยังอยู่นอกระบบให้เร่งออกมาร่วมลงทะเบียนใน “โครงการคลินิกให้คำปรึกษาและรับเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อแก้ไขปัญหาการขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมและตั้งสถานบริการ” ในช่วง 3 วันสุดท้ายก่อนปิดโครงการในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่จะถึงนี้
นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมกับ จังหวัดภูเก็ต จัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อแก้ไขปัญหาการขออนุญาตใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมและสถานบริการในจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันวันที่ 18 มิถุนายน -2 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้คำปรึกษาและรับทราบปัญหาของผู้ประกอบการที่พักรายวันที่ยังไม่สามารถออกใบอนุญาตโรงแรมได้ในขณะนี้ ซึ่งเหลือระยะเวลาอีก 3 วันสุดท้าย ที่ผู้ประกอบการจะได้ลงทะเบียนขอคำปรึกษาและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่พักรายวันที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบให้มากที่สุด ขอให้ผู้ประกอบการอย่ากังวลใจกับการลงทะเบียนในครั้งนี้ ซึ่งการเปิดให้ลงทะเบียนในครั้งนี้เป็นความตั้งใจของทางจังหวัดและภาคส่วนต่างๆ ต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบให้มากที่สุด
โดยจังหวัดภูเก็ตแบ่งโรงแรมออกเป็น 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตประกอบการโรงแรมเกือบ 1,000 แห่ง ในส่วนนี้การต่อใบอนุญาตยังค้างอยู่ 300-400 แห่ง ซึ่งในกลุ่มนี้ทางจังหวัดได้วางแผนที่จะลงพื้นที่ตรวจความพร้อมในการต่อใบอนุญาต และกลุ่มที่ทางจังหวัดอยากให้เข้าสู่ระบบด้วยการมาลงทะเบียนกับทางศูนย์ให้คำปรึกษาฯ ที่ทางกรมการปกครองตั้งขึ้น ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น เป็นความตั้งใจของกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง จังหวัดภูเก็ต ที่อยากให้ผู้ประกอบการเจ้าสู่ระบบให้มากที่สุด
แต่จนถึงขณะนี้มีผู้ประกอบการมาลงทะเบียนแล้ว 259 ราย ยังถือว่าน้อยอยู่ ทั้งนี้ผู้ประกอบการอาจจะไม่ทราบว่ามีโครงการดังกล่าว หรือไม่ผู้ประกอบการอาจจะเกิดความกังวลในการมาแสดงตนขึ้นทะเบียนเนื่องจากมีการดำเนินการในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้อยากจะให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าทางจังหวัด กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทยและภาคเอกชนจับมือกันอย่างจริงจังที่อยากจะแก้ข้อกฎหมายที่ยังติดขัดในการเข้าสู่ระบบ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต่อว่า ถึงเวลาแล้วที่ภูเก็ตจะต้องเป็นภูเก็ตสีเขียวด้วยการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม และภูเก็ตสีขาว ที่ทุกอย่างเข้าสู่ระบบของกฎหมายเท่านั้น ซึ่งในส่วนของใบอนุญาตโรงแรม ทางจังหวัดภูเก็ตได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมากลั่นกรองการออกใบอนุญาตโรงแรม มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะทำงาน อาทิ ฝายปกครอง โยธาฯ ที่ดิน ท้องถิ่น อัยการ ฝ่ายปกครอง ในการพิจารณากลั่นกรองการออกใบอนุญาตโรงแรมต่อไป
ส่วนเรื่องที่ผู้ประกอบการกังวลในเรื่องของค่าธรรมเนียมที่นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมที่กฎหมายกำหนด นั้น นายรอมดอน กล่าวว่า ได้ชี้แจงผู้ประกอบการไปแล้วว่า ทางจังหวัดโดยผู้ว่าฯ โชติรินทร์ ให้ความสำคัญเรื่องการดูแลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดรวมทั้งได้พยายามที่จะกำชับให้หน่วยงานให้หน่วยที่บังคับใช้กฎหมายลงไปตรวจสอบ และหลังจากนี้ผู้ประกอบการจ่ายค่าธรรมเนียมเฉพาะที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น ถ้ามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดอย่าไปจ่าย
นายสิทธิโชค เตมะศิริ นิติกรชำนาญการพิเศษ สำนักการสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง กล่าวว่า กรมการปกครองเปิดศูนย์ฯ เพื่อต้องการที่จะรับฟังปัญหาข้อติดจัดของผู้ประกอบการที่พักรายวันในภูเก็ตที่ยังไม่เข้าสู่ระบบว่าติดขัดปัญหาอะไรอย่างไร เพื่อนำไปเสนอแก้ไขปัญหาให้ผู้ประกอบการและเอื้อให้ผู้ประกอบการประกอบการโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยจนถึงวันนี้ มีผู้ประกอบการที่พักรายวันมายื่นเรื่องแล้ว 259 ราย รวม 373 เรื่อง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ บุคคลที่เข้ามาขอคำแนะนำเกี่ยวกับโรงแรมมีทั้งหมด 247 ราย รวม 367 เรื่อง
ปัญหาหลักๆ คือ การเปลี่ยนแปลงการใช้อาคารที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เกี่ยวกับปัญหาด้านกฎหมายบางประการ และปัญหาเกี่ยวกับกฎหมายที่ดินเกี่ยวกับพ.ร.บ.จัดสรรที่ดินที่ผ่านมาแต่ยังไม่ได้เพิกถอน และปัญหาอื่นๆ เช่น ติดขัดปัญหาบางประการในบางหน่วยงานทำให้ล่าช้าทำให้ไม่ได้รับผลการพิจารณา รวมไปถึงการขอคำปรึกษาการเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายของสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม เป็นต้น ส่วนกลุ่มที่ 2 ผู้ประกอบการสถานบริการ จำนวน 12 ราย 12 เรื่อง เกี่ยวกับการขอขยายโซนนิ่งเพิ่มในตัวเมืองภูเก็ตที่ขณะนี้มีโซนนิ่งสถานบริการแล้ว 4 จุด และอำเภอถลาง ที่ยังไม่มีโซนนิ่งสถานบบริการ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการเติบโตของเมือง
นายสิทธิโชค กล่าวต่อว่า กระทรวงมหาดไทย แบะกรมการปกครองมีความจริงใจในการแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการ แค่ผู้ประกอบการเดินเข้ามาที่ศูนย์ศูนย์ฯ แล้วบอกว่าติดขัดปัญหาอะไรที่ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ ปัญหาใดที่สามารถแก้ไขในระดับจังหวัดได้ก็จะแก้โดยจังหวัด แต่ถ้าเป็นปัญหาที่ต้องแก้กฎหมายทางกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครองก็จะไปดำเนินการต่อ เพราะเรื่องนี้ ทางกระทรวง กรม และรัฐมนตรีช่วยฯ ได้ให้โจกท์มาแล้วว่าจะต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในภูเก็ตให้ได้
หลังครบกำหนดการเปิดศูนย์ฯ ทางกรมการปกครอง และจังหวัดภูเก็ต จะรวบรวมปัญหาทั้งหมดของผู้ประกอบการเสนอรัฐบาลและคาดว่าในเร็วๆ นี้ ทางรัฐมนตรีช่วยฯ น่าจะลงมารับทราบปัญหาที่ภูเก็ตอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลพบว่า โรงแรมในภูเก็ตมีประมาณ 5,000 แห่ง มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเกือบ 1,000 แห่ง ที่เหลือยังไม่มีใบอนุญาตประกอบการโรงแรม และมาลงทะเบียนกับโครงการฯที่กรมการปกครองจัดตั้งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 18 – 30 มิ.ย.นี้ จำนวน 259 แห่ง ทำให้มีผู้ประกอบการที่เพิกเฉยไม่แสดงความประสงค์จะเข้าสู่ระบบกว่า 3,700 แห่ง


