ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ส.ว.สงขลาห่วงผลกระทบกับธุรกิจการค้าการลงทุนของ ”ด่านนอก” จากการปิดด่านพรมแดนเดิมเพื่อเปิดด่านพรมแดนแห่งใหม่ รุดลงพื้นที่ หารือกับนายด่านสะเดา เพื่อหาแนวทางให้กระทบการค้าชายแดนให้น้อยที่สุด
วันนี้ (29 มิ.ย.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลชน จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการร้องเรียกจากประชาชน ที่ประกอบอาชีพค้าขาย ธุรกิจบันเทิง โรงแรม และอื่นๆ ในพื้นที่เทศบาลตำบลสำนักขาม ชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา ที่หวั่นว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดใช้ด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากด่านพรมแดนปัจจุบัน ที่ปัจจุบันติดกับย่านเศรษฐกิจการค้าของเทศบาลตำบลสำนักขาม
นายไชยยงค์กล่าวว่า ด่านสะเดาแห่งใหม่จะเปิดใช้ในวันที่ 10 กรกฎาคม จะเดินทางไปยัง อ.หาดใหญ่อย่างสะดวกโดยไม่ต้องผ่านตัวเมืองสำนักขาม ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการค้า ทำให้เกิดความซบเซาของธุรกิจการค้าต่างๆ จึงได้เดินทางลงพื้นที่ชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อดูปัญหา เกี่ยวกับการจราจรจากด่านใหม่ ที่เชื่อมต่อกับด่านเก่า ว่า มีความพร้อมและสะดวกกับผู้ที่เข้ามายังด่านใหม่และต้องการเดินทางไปยังด่านเก่า เพื่อไปยังย่านธุรกิจการค้าของด่านนอก หรือเทศบาลสำนักขามหรือไม่
“จากการเข้าพบกับนายบัณฑรู อู่เจริญ นายด่านศุลกากรสะเดา เพื่อขอทราบถึงแนวทางการเปิดใช้ด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ว่า จะมีผลกระทบกับ ประชาชนที่ทำธุรกิจการค้า การลงทุนในตัวเมืองสำนักขามหรือไม่ ซึ่งนายด่านศุลกากรสะเดา กล่าวว่า ตนเองมีการวางแผนรับมือกับการเปิดด่านใหม่ในครั้งนี้ เพื่อให้มีผลกระทบกับประชาชนที่มีธุรกิจการค้า การลงทุน ที่เกรงว่า ชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้าประเทศไทยทางด่านใหม่ จะใช้เส้นทางใหม่ที่ไม่ต้องผ่านตัวเมือง ซึ่งสะดวกสะบาย และรวดเร็ว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ต้องมีผลกระทบกับการค้าชายแดนไม่มากก็น้อย
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ได้มีการตัดถนนจากด่านใหม่ให้เดินทางไปยังด่านเดิมเพื่อไปยังตัวเมืองด่านนอก เทศบาลตำบลสำนักขามได้ ซึ่งมีระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความตั้งใจที่จะไปที่ด่านเดิม และเมืองด่านนอก ยังเดินทางไปได้โดยสะดวก ส่วนนักท่องเที่ยว นักเดินทาง ที่ไม่มีความต้องการเข้าไปยังตัวเมืองด่านนอก ก็เดินทางจากด่านใหม่ไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ด้วยความรวดเร็ว ไม่มีปัญของการ จราจร แต่อย่างใด
นายบัณฑรู อู่เจริญ นายด่านศุลกากรสะเดา กล่าวว่า สำหรับด่านสะเดาแห่งเก่ายังไม่มีการปิด แต่เมื่อฝ่ายมาเลเซียมีนโนบายให้มีด่านพรมแดนเพียงแห่งเดียว มาเลเซียจึงปิดประตูพรมแดน การเข้าเมือง จึงต้องเข้า-ออก ที่ด่านศุลกากรแห่งใหม่เท่านั้น โดยตนเอง จะปิดด่านพรมแดนเดิม ที่ใช้งานมา 100 กว่าปี ในวันที่ 10 กรกฎาคม ในเวลาเที่ยงคืน
มีนโยบายที่จะให้สถานที่ด่านพรมแดนเก่าเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงความเป็นมาของด่านพรมแดนแห่งนี้ ที่มีประวัติความเป็นมา 100 กว่าปี โดยจะรวบรวมเรื่องราวของพื้นที่พรมแดนด่านนอกที่สำคัญเอามาไว้ให้ได้ศึกษาค้นคว้า และทำให้เป็นจุดเช็คอิน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไปถ่ายภาพที่จุดเช็กอิน เช่นเดียวกับจุดเช็กอินใต้สุดสยาม ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งจะทำให้การค้าขายในตัวเมืองได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวที่เข้าไปถ่ายภาพในจุดเช็กอิน
ในส่วนของการให้บริการนักท่องเที่ยว และผู้เดินทางเข้าออกระหว่างไทย-มาเลเซีย-สิงค์โปร์นั้น ได้มีการบูรณาการกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและอื่นๆ เพื่อให้การบริการนักท่องเที่ยว นักเดินทาง ได้รับความรวดเร็ว ทั้งในวัน ปกติ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่มีชาวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยค่อนข้างมาก และในเทศกาลต่างๆ และวันหยุดของประเทศมาเลเซีย โดยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ เพิ่มตู้ตรวจเอกสาร ทั้งของศุลกากร และ ตรวจคนเข้าเมือง ด่านสะเดาแห่งใหม่มีสถานที่กว้างขวาง มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
ในอนาคตจะมีการใช้ระบบใหม่ๆ เพื่อให้การเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยว นักเดินทาง รวดเร็วที่ทันสมัย เชื่อว่า การที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงในพิธีการเข้าเมืองคงไม่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการติดค้างของชาวมาเลเซีย ที่ออกจากด่านเพื่อกลับประเทศไม่ทัน และต้องนอนในรถยนต์ เพื่อรอการเปิดด่านอีกวันคงจะไม่เกิดขึ้นอีก
ปัจจุบัน ด่านสะเดา จะมีรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออก วันละไม่ต่ำกว่า 2,000 คัน เป็นด่านชายแดนทางบก ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด มีเครื่องเอ็กซ์สเรย์ที่ทันสมัยเพื่อตรวจสอบรถบรรทุกสินค้า เป็นด่านชายแดนทางบกที่มีมูลค่าการส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ มีการเก็บภาษีได้ปีละกว่า 100,000 ล้านบาท
ปัญหาของความไม่สะดวกของการจราจร จากด่านใหม่ไปยังด่านเก่าเพื่อเข้าตัวเมืองด่านนอกซึ่งมีอยู่จากนโยบายการเดินรถของฝั่งมาเลเซีย ที่อ้างเรื่องความปลอดภัย และรั้วชายแดน และการออกแบบผิวจราจรของฝั่งไทยที่ไม่เหมาะในการจราจร หลังศุลกากรได้รับมอบถนนอย่างเป็นทางการ จะมีการแก้ไขอีกครั้ง รวมทั้งได้มีการหารือกับนายก อบจ.สงขลา ให้เร่งตัดถนนของ อบจ.ที่เชื่อมต่อกับด่านศุลกากร ที่หากมีการเชื่อมต่อกันได้ จะทำให้มีช่องทางการจราจรที่เพิ่มขึ้น และสะดวกกับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังย่านการค้าของเมืองด่านนอกเทศบาลสำนักขาม เพื่อเป็นการลดผลกระทบด้านธุรกิจการค้าที่เกิดจากการเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่
นายบัญฑูร กล่าวว่า ในการเปิดใช้ด่านสะเดาแห่งใหม่ในวันที่ 10 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายอันวาร์ อิบราฮิม จะเป็นประธานในพิธี ซึ่งขณะนี้มีการประชุมประสานงานและเตรียมความพร้อมทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


