ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “สรรเพชญ บุญญามณี” รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เติมเต็มเพิ่มศักยภาพรองรับเรือขนส่งสินค้าและเรือสำราญ ขณะที่กรมเจ้าท่าศึกษาขยายหน้าท่ารับเรือสำราญขนาดใหญ่ดึงเรือครุยส์เข้าภูเก็ตเพิ่ม
เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) ที่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานด้านคมนาคมทางน้ำและการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต พร้อมด้วย นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายประเวศน์ สุภาชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต นายอัดชา บัวจันทร์ ขนส่งจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือกับผู้บริหาร บริษัท ภูเก็ต ดีพ ซี พอร์ต จำกัด ผู้รับสัมปทานบริหารท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อรับทราบข้อมูลกรให้บริการของท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต รวมไปถึงรับฟังข้อเสนอแนะในการพัฒนาท่าพัฒนาและเพิ่มศักยภาพท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตให้สอดคล้องทั้งการให้บริการเรือขนส่งสินค้าและเรือสำราญ เรือครุยส์ ระดับโลก
โดยผู้บริหาร บริษัท ภูเก็ต ดีพ ภูเก็ต พอร์ต ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตรองรับเรือขนส่งสินค้าและเรือท่องเที่ยวที่เป็นเรือสำราญ เครือครุยส์ ซึ่งในส่วนของสินค้านั้นมีทั้งไม้อัดและน้ำมันปาล์ม รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ ที่จะส่งออกไปต่างประเทศ รวมไปถึงเรือสำราญที่มาใช้บริการและมีแนวโน้มการใช้ท่าเพิ่มขึ้นของเรือสำราญ แต่ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตมีข้อจำกัดไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่พร้อมกันได้ทั้งเรือขนส่งสินค้าและเรือสำราญ จากความยาวของหน้าท่าไม่เพียงพอ รวมไปถึงล่องน้ำที่มีความลึก 9 เมตร
จึงอยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนในเรื่องของการขุดลอกร่องน้ำให้ลึกกว่า 9 เมตร มีการพัฒนาถนนทางเข้าท่าเรือรวมไปถึงไฟฟ้าแสงสว่างเพื่อความสะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และเขื่อนกันคลื่น เป็นต้น
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการยกระดับท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อรองรับการเติบโตของการคมนาคมทางน้ำและการท่องเที่ยวเรือสำราญ โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ภูเก็ตก้าวสู่ World Class Destination และเป็นประตูการท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอันดามัน การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงมุ่งรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปกำหนดแนวทางการพัฒนาและจัดทำงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเปิดใช้งานมากว่า 30 ปี ถึงเวลาที่จะต้องได้รับการพัฒนาให้สอดรับกับการเติบโตของการท่องเที่ยวและการคมนาคมทางน้ำ การพัฒนาท่าเรือแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ดังนั้น การลงพื้นที่ในวันนี้จึงเป็นการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้รับสัมปทาน ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันหาแนวทางในการพัฒนาท่าเรือให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอบโจทย์การใช้งานในอนาคต
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมและกรมเจ้าท่าได้วางแผนพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตเป็น 3 ระยะ โดยในระยะสั้นจะปรับปรุงท่าเรือเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รักษาระดับความลึกของร่องน้ำที่ -9.0 เมตร พร้อมขยายความกว้างร่องน้ำเป็น 200 เมตร และก่อสร้างหลักผูกเรือเพิ่มเติมเพื่อรองรับเรือสำราญขนาดไม่เกิน 250 เมตร
สำหรับ ระยะกลาง จะดำเนินการปรับปรุงท่าเรือเดิมให้สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ขึ้น โดยเพิ่มความลึกร่องน้ำเป็น -10 เมตร และพัฒนาพื้นที่กลับลำเรือให้มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 525 เมตร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือเข้า-ออกท่า
ส่วนระยะยาว มีแผนพัฒนาท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Mega Cruise Terminal) บริเวณด้านใต้ของท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) พร้อมเพิ่มความลึกร่องน้ำเป็น -11 เมตร เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ระดับโลก ซึ่งจากผลการศึกษาพบว่าจะสามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่กว่า 150,000 ตันกรอส (GT) พร้อมผู้โดยสารประมาณ 3,000-4,500 คนต่อเที่ยว มีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร (Cruise Terminal) ระบบสะพานเทียบเรือ หลักผูกเรือ ระบบกันกระแทก และสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร ยกระดับภูเก็ตสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเรือสำราญของฝั่งอันดามัน
ด้าน นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า กรมเจ้าท่ามีโครงการที่จะพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตในการรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ท่าเรือและการพัฒนาท่าเรือสำราญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในอีก 4-5 เดือนนับจากนี้ เป็นการสร้างท่าเทียบเรือเพื่อรองรับเรือท่องเที่ยว เรือสำราญ เครือครุยส์ ต่อขยายจากท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ยาวประมาณ 300-400 เมตร เพื่อแยกระหว่างเรือขนส่งสินค้ากับเรือสำราญ ในการรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเรือสำราญที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
โดยผลการศึกษาในเบื้องต้นจะใช้เงินลงทุน 2,200 กว่าล้านบาท พร้อมทั้งจะมีการขุดลอกล่องน้ำให้มีความลึกเพียงพอในการรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ แอ่งกลับเรือขนาดใหญ่และลึก อีกกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะลงทุนร่วมระหว่างรัฐกับเอกชน (PPP)


