โดย... พงศภัค วุฒิปุญญะ
คูหาเลือกตั้งไม่ใช่จุดสิ้นสุดของประชาธิปไตย : เมื่อใดที่ประชาชนยังมีบทบาทหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง เมื่อนั้นประชาธิปไตยจึงที่มีชีวิต
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สังคมการเมืองไทยมักทำความเข้าใจประชาธิปไตยผ่านภาพของการเลือกตั้ง การรณรงค์หาเสียง และการนับคะแนนเสียง จนทำให้เกิดความเชื่อโดยปริยายว่า เมื่อประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว หน้าที่ทางการเมืองของประชาชนก็สิ้นสุดลง และเป็นหน้าที่ของผู้แทนที่จะตัดสินใจแทนประชาชนในทุกเรื่อง
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากพัฒนาการของแนวคิดประชาธิปไตยร่วมสมัย จะพบว่าประชาธิปไตยมิได้หมายถึงเพียงการเลือกผู้แทนเข้าไปใช้อำนาจแทนประชาชนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ ตรวจสอบการใช้อำนาจ และร่วมตัดสินใจในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของตนเอง
Carole Pateman นักรัฐศาสตร์ผู้เสนอแนวคิดประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมอธิบายว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองมิใช่เพียงผลลัพธ์ของประชาธิปไตย หากแต่เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยเติบโตอย่างเข้มแข็ง เพราะยิ่งประชาชนมีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะมากเท่าใด ประชาชนก็ยิ่งเรียนรู้ที่จะเป็นเจ้าของสังคมและรับผิดชอบต่อส่วนรวมมากขึ้นเท่านั้น
ในความหมายนี้ การเลือกตั้งจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตย มิใช่จุดสิ้นสุดของการมีส่วนร่วม หากประชาชนมีบทบาทเพียงวันเลือกตั้ง แต่ไม่มีพื้นที่ในการตรวจสอบ เสนอความคิดเห็น หรือร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาหลังการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยก็อาจเหลือเพียงกลไกในการคัดเลือกผู้ใช้อำนาจ มากกว่าการเป็นระบบที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง
คำถามสำคัญจึงต้องมากกว่า “ใครชนะการเลือกตั้ง” แต่คือ “ประชาชนยังมีบทบาทอะไรหลังการเลือกตั้งสิ้นสุดลง” เพราะประชาธิปไตยที่มีชีวิต มิได้เกิดขึ้นทุกสี่ปีในวันเลือกตั้ง หากแต่เกิดขึ้นทุกวันที่ประชาชนยังคงมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของชุมชนร่วมกัน
การเลือกตั้งอาจทำให้ประชาชนเป็นผู้มอบอำนาจ แต่การมีส่วนร่วมเท่านั้นที่จะทำให้ประชาชนยังคงเป็นเจ้าของอำนาจ เพราะประชาธิปไตยมิได้มีชีวิตอยู่ในวันเลือกตั้ง หากแต่อยู่ในทุกวันที่ประชาชนยังคงมีสิทธิในการตั้งคำถาม มีอำนาจในการตรวจสอบ และมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของสังคม
และเมื่อใดที่ประชาชนยังมีบทบาทหลังการเลือกตั้ง เมื่อนั้นประชาธิปไตยจึงมีชีวิต


