xs
xsm
sm
md
lg

กกร.สงขลา เรียกร้องนายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ ยื่น 3 ข้อเสนอเร่งอนุมัติงบป้องกันน้ำท่วม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - กกร.สงขลา ยื่น 3 ข้อเสนอเรียกร้องนายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ เร่งอนุมัติงบป้องกันน้ำท่วมก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุมที่เหลือเวลาอีกไม่ถึง 100 วัน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอยอุทกภัยใหญ่ปลายปี 2568 ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 87,800 ล้านบาท

วันนี้ (25 มิ.ย.) คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดสงขลา (กกร.) จัดแถลงข่าวในหัวข้อ “นับถอยหลัง 100 วันก่อนมรสุม” ที่ห้องบอลรูม 1 โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงตรวจความพร้อมด้านการป้องกันอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมในช่วงปลายปีนี้ ในโอกาสการลงพื้นที่เปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.2569 นี้ โดยระบุว่าปัญหาน้ำท่วมไม่ใช่เพียงปัญหาด้านสาธารณูปโภค แต่เป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว การลงทุน และระบบโลจิสติกส์ของภาคใต้โดยตรง


กกร.เปิดเผยว่า จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี 2568 จังหวัดสงขลาประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 87,800 ล้านบาท โดยมีความเสียหายสำคัญ อาทิ เศรษฐกิจเมืองหยุดชะงักมูลค่ากว่า 23,800 ล้านบาท, มีการเคลมประกันรถยนต์ เครื่องจักร และทรัพย์สินภาคเอกชนมูลค่ากว่า 22,000 ล้านบาท ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียลดลงกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเดือนธันวาคม ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปประมาณ 9,660 ล้านบาท รวมถึงการค้าชายแดนและระบบโลจิสติกส์ที่หยุดชะงัก กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของภาคใต้ทั้งระบบ และสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือ การสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักท่องเที่ยว และคู่ค้าระหว่างประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการฟื้นฟู

ทั้งนี้ กกร. ได้มีข้อเสนอเร่งด่วนจากภาคเอกชนยื่นต่อรัฐบาล 3 ประการ ได้แก่ 1.ให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ด้วยตนเอง เพื่อติดตามความพร้อมด้านการป้องกันอุทกภัย รับฟังข้อเท็จจริงจากภาคเอกชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและนักลงทุน, 2.จัดตั้ง War Room บริหารจัดการน้ำจังหวัดสงขลา โดยมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างส่วนกลาง จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถสั่งการและแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นเอกภาพ และ 3.เร่งอนุมัติงบประมาณโครงการสำคัญเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันในช่วงเวลาที่เหลือไม่ถึง 100 วันก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม


ในส่วนของงบประมาณที่ภาคเอกชนเห็นว่าควรเร่งผลักดัน ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.งบกลางเร่งด่วน 34.9 ล้านบาท สำหรับขุดลอกคูคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ, 2.งบของกรมชลประทาน 1,174.379 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริหารจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำ และ 3.งบของเทศบาลนครหาดใหญ่ 1,079 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงระบบระบายน้ำ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์รองรับสถานการณ์ฝนตกหนัก

นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ภาคเอกชนขอบคุณรัฐบาลที่สนับสนุนงบกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวหลังเกิดอุทกภัย แต่ขณะนี้สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การศึกษาเพิ่มเติม เพราะข้อมูลและแนวทางแก้ไขมีพร้อมแล้ว หากต้องการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม สิ่งสำคัญคือการตัดสินใจและผลักดันงบประมาณลงสู่พื้นที่ให้ทันก่อนฤดูฝน พร้อมเตือนว่าหากพลาดโอกาสในช่วง 100 วันจากนี้ ความเสียหายอาจลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจภาคใต้ทั้งระบบ

ด้าน นางสาวอรวรรณ ศิริวราสันติ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการเห็นแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับรู้ถึงความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ พร้อมชี้ว่าหากเกิดน้ำท่วมขึ้นอีกจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมโดยตรง ทั้งการหยุดชะงักของสายการผลิต การขนส่ง และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเป็นต้นทุนที่เศรษฐกิจของสงขลาและภาคใต้ไม่อาจแบกรับได้อีกต่อไป