ตรัง - ชาวสวนยาง จ.ตรัง สุดดีใจหลังมีข่าวราคายางพุ่งและอาจทะลุไปถึง กก.ละ 100 บาท แต่โชคร้ายเจอฝนตกช่วงหัวรุ่งเกือบทุกวัน จนหลายคนต้องเปลี่ยนออกไปกรีดยางตอนหัวค่ำ แล้วเก็บน้ำยางกลางดึกแทน
วันนี้ (24 มิ.ย.) เกษตรกรชาวสวนยางพาราในพื้นที่ตำบลควนปริง อำเภอเมืองตรัง เร่งนำน้ำยางมาขายหลังฝนหยุดตกให้ 1 วัน ทำให้สามารถกรีดและเก็บน้ำยางมาขายได้ ซึ่งในพื้นที่จังหวัดตรังได้เกิดฝนตกหนักมายาวนานร่วม 2 เดือน นับตั้งเริ่มเปิดกรีดเมื่อเดือนพฤษภาคม จนทำให้แทบจะไม่สามารถกรีดยางได้เลย ขณะที่ราคายางก็ดีขึ้นมาโดยตลอด จากราคาน้ำยางสด ที่เคยอยู่ที่ กก.ละ 60 บาท ได้ปรับขึ้นต่อเนื่อง จนล่าสุดวานนี้ (23 มิ.ย.) อยู่ที่ กก.ละ 80 บาท ส่วนเศษยาง มีราคา กก.ละ 32-33 บาท นอกจากนั้น ขณะนี้น้ำยางยังออกน้อยด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ราคายางในช่วงนี้จะดี แต่เกษตรกรก็แทบจะไม่ได้อะไร และบางรายที่รับจ้างกรีดก็ต้องแบ่งกับเจ้าของสวนในอัตราส่วน 40 : 60
โดยเกษตรกรรายหนึ่ง ระบุว่า ตนและชาวบ้านอีกหลายราย ยอมออกไปกรีดยางตอนหัวค่ำ ประมาณ 19.00 น. และเก็บน้ำยางเสร็จ ประมาณ 02.00 น. ก่อนรอมาขายตอนเช้า เพราะกลัวว่าหากออกไปกรีดยางตามเวลาปกติ เช่น 01.00-05.00 น. จะเจอฝนตกลง ทำให้กรีดยางไม่ได้ หรือเก็บน้ำยางไม่ทัน จึงยอมออกกรีดแต่หัวค่ำ เพราะขณะนี้ยางราคาดี จึงต้องยอม ส่าวนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ราคายางจะพุ่งถึง กก.ละ 100 บาท เกษตรกรทุกคนต่างดีใจ และบอกว่าขออย่าให้ต่ำกว่า กก.ละ 80 บาท ก็พอใจแล้ว เนื่องจากราคาที่ดีที่สุดในรอบหลายสิบปี พอมีรายได้ไปใช้จ่าย เพราะช่วงนี้ข้าวของก็มีราคาแพง แต่กลับไม่ได้กรีดเท่าที่ควร เนื่องจากเจอฝนตก
ทางด้าน นายสุชาติ หุ้นย่อง พ่อค้ารับซื้อน้ำยางสด บอกว่า แม้ปีนี้พื้นที่จังหวัดตรังจะเปิดกรีดยางมา 2 เดือนแล้ว แต่ก็เจอฝนตกตลอด ทำให้ชาวบ้านหลายรายเปลี่ยนมากรีดยางตอนหัวค่ำ เพื่อหลบฝนที่มักตกตอนหัวรุ่ง ส่วนราคายางก่อนหน้านี้เคยขึ้นไปถึง กก.ละ 83 บาท แต่ล่าสุดเพิ่งปรับลงมานิดนึง อย่างไรก็ตาม รับทราบจากทางโรงงานว่า ราคายางอาจจะกลับมาขึ้นไปถึง กก.ละ 96-100 บาท เพราะตอนนี้พื้นที่สวนยางเหลือน้อยลง เนื่องจากที่ผ่านมาราคายางไม่ดี ทำให้เกษตรกรหันไปปลูกปาล์มน้ำมัน และพืชชนิดอื่นแทน ขณะเดียวกันน้ำยางก็ยังออกน้อย และฝนตกบ่อย ทำให้กรีดไม่ได้ แม้ราคาจะดี แต่ชาวสวนก็ยังไม่ได้อะไร ซึ่งตอนนี้เริ่มใจชื้นขึ้น เตรียมรับราคาที่พุ่งสูงขึ้นอีก


