ชุมพร - หนุ่มวัย 36 ปี ดับกลางสวนปาล์ม หลังคู่อริควบกระบะบุกจ่อยิงเผาขน 2 นัดซ้อน น้องชายเผยชนวนเหตุสุดซับซ้อน ปม "พ่อมือยิง" ติดพัน "แม่คนตาย" หอบเงินเปย์หนัก แต่ลูกชายจับได้เงินไม่ถึงมือแม่
เมื่อเวลา 22.00 น. วันนี้ ( 23 มิ.ย.69) ร.ต.อ.ธีระพร คงนวล รองสารเวรสอบสวน สภ.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ มีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต 1 ราย ภายในกระท่อมพักแรมกลางสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่เขตบ้านกลาง หมู่ที่ 14 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมภพ เชื้อทอง ผกก.สภ.สลุย, กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน, เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (ศพฐ.ชุมพร), แพทย์เวรโรงพยาบาลท่าแซะ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชล เขตพื้นที่ท่าแซะ
ที่เกิดเหตุอยู่ลึกเข้าไปจากถนนสายบ้านอ่างทอง-เนิน 491 ประมาณ 150 เมตร บริเวณกลางสวนปาล์มน้ำมันอันมืดมิด เจ้าหน้าที่พบกระท่อมยกพื้นสูงขนาดเล็กจำนวน 2 หลัง ปลูกสร้างอยู่ห่างกันเล็กน้อย โดยกระท่อมหลังที่เกิดเหตุเปิดไฟสว่างจ้า ประตูห้องแง้มเปิดอ้าอยู่ ภายในพบเครื่องนอน หมอน และมุ้งกางทิ้งไว้เกือบเต็มพื้นที่ ตรวจสอบบริเวณหน้ากระท่อมซึ่งมีม้าหินอ่อนตั้งอยู่ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่บนพื้นจำนวน 2 ปลอก
จากการตรวจค้นโดยรอบ ห่างจากกระท่อมหลังเกิดเหตุออกไปประมาณ 60 เมตร บริเวณพงหญ้ารกเจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิชัย มีเดช อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ที่ 14 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร สภาพศพนอนหงายหน้า เสียชีวิตในชุดกีฬาสีม่วงอมเทา สวมกางเกงขาสั้น และยังคงสวมรองเท้าแตะอยู่ จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นของแพทย์และพนักงานสอบสวน พบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณกลางหน้าอกจำนวน 1 นัด คมกระสุนฝังในทะลวงไปตุงอยู่บริเวณเอวด้านซ้าย เป็นเหตุให้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวน นายสิทธิศักดิ์ เล็กวารี อายุ 27 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติของผู้เสียชีวิต และเป็นพยานปากสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อนเกิดเสียงปืน ให้การด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาหานายสิทธิชัย (ผู้ตาย) ที่กระท่อมหลังดังกล่าว จากนั้นได้นั่งล้อมวงพูดคุยและดื่มน้ำกระท่อมกันตามปกติ จนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นาน ได้มีรถยนต์กระบะไม่ทราบหมายเลขทะเบียนขับเข้ามาในพื้นที่สวนปาล์มด้วยท่าทีพิรุธ
"ตอนนั้นตนเห็นแสงไฟรถขับเข้ามาลึกขนาดนี้ ก็นึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาตรวจค้นหรือจับกุมพวกผมที่นั่งดื่มน้ำกระท่อมกันอยู่ ด้วยความกลัวว่าจะโดนคดีซ้ำซ้อน ตนเลยรีบสตาร์ทรถจักรยานยนต์แล้วขับสวนออกไปทันที แต่พอขับรถสวนกันในระยะกระชั้นชิด ถึงได้เห็นชัดว่าไม่ใช่รถตำรวจ แต่เป็นรถของ นายเอ หรือ นายสิทธิชัย แย้มลังกา คู่อริของผู้ตาย ซึ่งขับเข้ามาแต่ไม่แน่ใจว่าในรถมากันกี่คน ตอนนั้นตนไม่ได้เอะใจอะไรและไม่อยากยุ่งเกี่ยว จึงขับรถมุ่งหน้ากลับบ้านโดยไม่ย้อนกลับมาดู จนกระทั่งผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ญาติของผู้ตายโทรศัพท์มาบอกว่านายสิทธิชัยถูกยิงตายแล้ว ผมถึงช็อกและรีบขับรถกลับมาดู" นายสิทธิศักดิ์ พยานปากเอกระบุ
นายอรุณ มีเดช น้องชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงชนวนเหตุปมขัดแย้งในครั้งนี้ว่า หลังจากตนได้รับโทรศัพท์แจ้งจากเพื่อนบ้าน ก็รีบเดินเท้าฝ่าความมืดเข้าไปยังกระท่อมของพี่ชายทันที เมื่อไปถึงได้ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบรับ ผิดสังเกตที่ไฟกระท่อมยังเปิดทิ้งไว้ ตนจึงเดินใช้ไฟฉายส่องหารอบๆ บริเวณกระท่อม จนกระทั่งไปสะดุดตากับร่างของนายสิทธิชัยที่นอนนิ่งสนิทอยู่ในพงหญ้าห่างออกไป เมื่อเข้าไปจับตัวดูพบว่าพี่ชายกลายเป็นศพไปแล้ว จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สลุย ทันที
นายอรุณ ยังได้เปิดเผยต่ออีกว่า สำหรับชนวนเหตุที่ทำให้นายเอ (มือยิง) บุกมาลั่นไกสังหารพี่ชายตนในครั้งนี้ น่าจะมาจากเรื่องความแค้นฝังใจในอดีตเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัว เนื่องจากก่อนหน้านี้ บิดาของนายเอ (มือยิง) ได้มาติดพันแอบชอบพอกับ มารดาของตนและพี่ชาย (ผู้ตาย) ซึ่งทางฝั่งนายเอทราบเรื่องมาโดยตลอด และเกิดความไม่พอใจเนื่องจากคิดว่าบิดาของตนทุ่มเทเงินทองทรัพย์สินจำนวนมากเพื่อส่งเสียและดูแลมาทางฝั่งนี้ จนทำให้ครอบครัวฝั่งโน้นมีปัญหา
"แต่ปมที่น่าจะทำให้มือยิงคับแค้นใจจนถึงขั้นที่สุด คือการที่มือยิงมารู้ความจริงในภายหลังว่า เงินทองที่พ่อของเขาตั้งใจส่งมาให้แม่ของพวกผมนั้น มันส่งมาไม่ถึงมือแม่เลย แต่กลับถูกนายสิทธิชัย พี่ชายของผม ยักยอกหรืออมเงินเหล่านั้นไปใช้จ่ายส่วนตัวทั้งหมด พอมือยิงรู้ว่าพ่อตัวเองต้องสูญเงินไปฟรีๆ โดยที่คนที่เขาเกลียดเป็นคนเอาไปใช้ มันเลยกลายเป็นความคับแค้นใจสะสมและโกรธแค้นแทนพ่อ จนอาจเป็นชนวนเหตุชักนำไปสู่การบุกมายิงถล่มล้างแค้นในครั้งนี้ ส่วนประเด็นเรื่องความขัดแย้งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายหรือยาเสพติดนั้น ในส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าจะเป็นประเด็นหลักในครั้งนี้" นายอรุณ น้องชายผู้ตายกล่าวอย่างมั่นใจ
จากการชันสูตรและตรวจสอบที่เกิดเหตุ ประกอบกับสอบปากคำพยาน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนร้าย ได้ขับรถยนต์มา และเมื่อมาถึง คงจะไม่พูดพล่ามทำเพลง ลงจากรถได้ก็มุ่งประชิดตัว ก่อนจะจ่อยิงนายสิทธิชัย ทันที และนายสิทธิชัย ได้ตะเกียกตะกายพยายามวิ่งหนี แต่ทันพิษบาดแผลไม่ไหว ล้มลงเสียชีวิตกางพงหญ้ากลางสวนปาล์มน้ำมันดังกล่าว
ทางด้านคดี พ.ต.อ.สมภพ เชื้อทอง ผกก.สภ.สลุย ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังโรงพยาบาลท่าแซะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพและผ่าพิสูจน์วิถีกระสุนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะมอบร่างให้ญาติตามสิทธิ์นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
ในส่วนของการติดตามตัวคนร้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล็อกเป้าหมายไปที่ นายเอ หรือ นายสิทธิชัย แย้มลังกา ตามที่พยานระบุชัดเจน โดยได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สภ.สลุย ร่วมกับชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ลงพื้นที่กดดันและเช็กประวัติความเคลื่อนไหว ตลอดจนเส้นทางหลบหนี ซึ่งคาดว่าคนร้ายรายนี้ยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่อำเภอท่าแซะหรือพื้นที่รอยต่อ และยังไม่ได้หลบหนีออกนอกจังหวัด พร้อมประสานญาติให้นำตัวมามอบตัวเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก


