จังหวัดสงขลา เดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รับมอบข้าวสารจำนวน 50 ตัน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่านโครงการ APTERR เพื่อนำไปแจกจ่ายและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างทั่วถึงและโปร่งใส
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา มีจัดพิธีส่งมอบข้าวสารภายใต้โครงการระบายข้าวโปรแกรม 3 ขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม หรือ APTERR (APTERR: ASEAN Plus Three Emergency Rice Reserve) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยมีนายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นผู้แทนรับมอบ
พร้อมด้วยนายวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ดร.ชุมเจธว์ กาญจนเกสร ผู้จัดการทั่วไปสำนักเลขานุการ APTERR (แอ๊บเตอร์) ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน
สำหรับพิธีส่งมอบข้าวสารในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งจังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจึงได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสำนักเลขานุการ APTERR เพื่อขอรับการสนับสนุนสิ่งของบรรเทาทุกข์จากประเทศสมาชิก ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แสดงเจตจำนงสนับสนุนข้าวสารจำนวน 5,000 ถุง รวมน้ำหนักกว่า 50 ตัน เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือมายังประชาชนชาวสงขลา
นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลา จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการและกระจายข้าวสารทั้งหมดนี้ ไปยังครัวเรือนของผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลจีน สำนักเลขานุการ APTERR สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และหน่วยงานภาครัฐของไทยในส่วนภูมิภาค
ทั้งนี้ จังหวัดสงขลา ขอยืนยันว่าจะดำเนินการกระจายข้าวสารด้วยความโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม เพื่อให้ถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ยังแสดงถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารที่เข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียนบวกสามเมื่อยามเกิดภัยพิบัติ
ด้าน ดร.กาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้กล่าวแสดงความขอบคุณในไมตรีจิตของรัฐบาลจีน และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันความช่วยเหลือจนเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมเน้นย้ำว่า ความช่วยเหลือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ประสบภัยในการฟื้นฟูวิถีชีวิต


