xs
xsm
sm
md
lg

ศาลออกหมายจับ 3 ข้อหาหนัก ร้อยตำรวจเอกใช้ปืนยิงใส่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ผู้การฯสุราษฎร์ระบุผู้ก่อเหตุจิตไม่ปกติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี – คืบหน้าเหตุร้อยตำรวจเอก ใช้ปืนยิงใส่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เขต 6 สุราษฎร์ธานี ล่าสุดศาลจังหวัดไชยาออกหมายจับ 3 ข้อหาหนัก ในขณะที่ผู้การฯสุราษฎร์ฯระบุผู้ก่อเหตุมีจิตไม่ปกติ

พลตำรวจตรี สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี”เปิดเผยว่า จากกรณี ร้อยตำรวจเอกใช้อาวุธปืนยิงใส่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เขต 6 ซี่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 115/14 หมู่ที่ 6 ต. เสวียด อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเสวียด ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มิลลิเมตร ยี่ห้อ LUGER จำนวน 13 ปลอก ตกอยู่บนพื้นถนนบริเวณหน้าอาคารดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยกระสุนปืนเจาะทะลุป้ายศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของอาคาร และพบหัวกระสุนทองแดงสภาพเสียรูป จำนวน 1 หัว ตกอยู่บริเวณระเบียงชั้น 3 ด้านหลังป้ายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดพยานวัตถุทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมถ่ายภาพและบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ ได้ประสานศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม รวมทั้งสอบปากคำพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเสวียด ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถพิสูจน์ทราบและยืนยันตัว ผู้ก่อเหตุได้ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดไชยา ออกหมายจับผู้ต้องหา ตามหมายจับเลขที่ 98/2569 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ซึ่งต้องหาว่า 1,“มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 2,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันควรโดยเปิดเผย, 3, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิด โดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน และทำให้เสียทรัพย์” ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป เบื้องต้น พบว่า ผู้ก่อเหตุมีอาการวิตกกังวล ตึงเครียด และมีภาวะสับสน มีประวัติเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์โรงพยาบาลไชยา

พลตำรวจตรี สุวัฒน์ สุขศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กำชับให้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเสวียด รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ รัดกุม โดยยึดหลักนิติวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏเป็นสำคัญ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิด ตลอดจนแรงจูงใจและพฤติการณ์แห่งคดีได้อย่างครบถ้วน