ศูนย์ข่าวภูเก็ต - รอง ผบ.ตร.นำทีมบูรณาการทุกภาคส่วน ลุยกวาดล้าง “นอมินีต่างชาติ” ในพื้นที่ 3 จังหวัดอันดามัน จับกุมต่างชาติ-คนไทย เป็นนอมินีได้ 98 ราย ตรวจยึดที่ดิน89 แปลง เนื้อที่ 47 ไร่ มูลค่ากว่าพันล้าน ย้ำประเทศไทยเปิดรับนักลงทุนต่างชาติแต่ต้องทำให้ถูกกฎหมาย
วันนี้ (20 มิ.ย.69) เมื่อเวลา 06.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พร้อมคณะประกอบด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต, พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.ชัยเกียรติ วิริยสถิตกุล ผบก.ภ.จว.พังงา, พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผบก.ภ.จว.กระบี่, พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต,หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, นายไตรรัตน์ เทพบริรักษ์ และ นายธนวัฒน์ พัศดารักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ 600 กว่านาย เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามัน” ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่
จากนั้นในเวลา 11.00 น.พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมายสรุปผลการปฏิบัติ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวร่วมแถลงข่าวผลการปฏิบัติ ว่า การปฏิบัติการวันนี้เป็นเฟสที่ 3 โดยเฟสแรกและเฟสที่ 2 นั้น ได้ดำเนินการที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี วันนี้จึงได้บูรณาการกับทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตรวจค้นเป้าหมาย เป้าหมายตรวจค้นที่ดิน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประมาณ1,053 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 59 หมายจับ เป็นชาวไทย 28 คน ชาวต่างชาติ 31 คน สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 55 หมาย รวม 48 คน แบ่งเป็นชาวไทย 27 คน เป็นชาวต่างชาติ 21 คน (ผู้ต้องหาบางรายมีหลายหมายจับ) ประกอบด้วยสัญชาติ อิสราเอล 11 คน, ฝรั่งเศส 2 คน, โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 1 คน, อังกฤษ 1 คน, เนเธอร์แลนด์ 1 คน, รัสเซีย 1 คน
จังหวัดภูเก็ต ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งประเภทความผิด เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ที่ดิน 4 แปลง จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน / หมายจับ 13 หมายจับ สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 10 หมาย เป็นผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 9 คน (อิสราเอล 5 คน,ฝรั่งเศส 2 คน, เนเธอร์แลนด์ 1 คน, รัสเซีย 1 คน)
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมายค้น เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามบริษัทรวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการในจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ คือการตรวจค้นจับกุม กลุ่มเครือข่ายที่ประกอบธุรกิจ โรงแรมรีสอร์ท ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ ขายทัวร์ ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านกัญชา และ3.บริษัทที่ประกอบธุรกิจสถานที่ออกกำลังกาย
ส่วนจังหวัดพังงา ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 7 แปลง จำนวน 17 ไร่ 3 งาน 18 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 269 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 6 หมายจับ ศาลอนุมัติหมายค้น 3 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 6 หมาย เป็นผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 1 คน (อังกฤษ 1 คน) กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 1 บริษัท ที่ดิน 1 แปลง จำนวน 9 ไร่ 3 งาน 20.4 ตร.ว. เจ้าพนักงานที่ดินสาขาตะกั่วป่า ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ บริษัทซึ่งถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการในจังหวัดพังงา ครั้งนี้ คือ การตรวจค้นจับกุม โรงแรมแห่งหนึ่งจากการตรวจสอบพบวิลล่าเปิดให้บริการ 7 หลัง มีพนักงานให้คอยบริการ และเก็บค่าที่พักหรือค่าตอบแทนเป็นรายวัน ซึ่งมีลักษณะเป็นการเปิดให้บริการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุม นายแอนดรูว์ฯ สัญชาติอังกฤษ กรรมการบริษัท จากการสืบสวนพบว่ามีคนไทยมีชื่อเป็นผู้จดทะเบียนบริษัทและถือหุ้นในหลายบริษัทในลักษณะถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) และมีบัตรประกันสังคม จึงมีลักษณะเป็นลูกจ้าง หรือ พนักงานบริษัท ซึ่งไม่มีทางที่จะมีเงินไปลงทุน หรือถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ได้เลย และยังพบว่าคนไทยดังกล่าว เป็นกลุ่มพนักงานหรือญาติพี่น้องของกรรมการบริษัท ที่ช่วยเหลือในการใช้สิทธิของคนไทยในการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
สำหรับจังหวัดกระบี่ ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมายตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่มกลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมายจับ หมายค้น 13 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 39 หมายเป็นผู้ต้องหาชาวไทย 27 คน ชาวต่างชาติ 11 คน (อิสราเอล 6 คน, โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 1 คน) กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 8 บริษัท ที่ดิน 8 แปลง จำนวน 8 ไร่ 25.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท ศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของบริษัท
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการในวันนี้ คือการจับกุม บริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์นและสระว่ายน้ำส่วนตัว โครงการตั้งอยู่ในทำเลทอง อาทิเช่น เหนือคลอง, หนองทะเล และ เขาทอง ขายในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าว มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 16 แปลง ประมาณ 6 ไร่ 76.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริง บริษัทดังกล่าว มี น.ส.คาทาจีนาฯ และ นายคามิลฯ (สามี) เป็นผู้บริหารและควบคุมกิจการ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยไม่ได้มีการลงทุนจริง
อีกหนึ่งคดีสำคัญ คือการจับกุม กิจการด้านความบันเทิงและให้บริการด้านดนตรีในจ.กระบี่ มี นายสเตฟานัดฯ สัญชาติแอฟริกาใต้ เป็นเจ้าของ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยได้รับความช่วยเหลือจาก นาย ว. ทนายความ และ นาง ส. ผู้สอบบัญชี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ต้นน้ำ” ของขบวนการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น จากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่ามีการนำลายมือชื่อของบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว มาใช้ในเอกสารทางราชการและเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จและอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำว่า เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการจัดระเบียบจังหวัดจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่ และพังงา ให้มีการลงทุนและการท่องเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ธุรกิจใดที่คนต่างด้าวสามารถดำเนินการได้และต้องได้รับอนุญาตในรูปแบบใด กฎหมายดังกล่าวแบ่งลักษณะธุรกิจออกเป็นหลายบัญชีโดยในส่วนที่สำคัญ คือ “บัญชีสอง” และ “บัญชีสาม” ธุรกิจตามบัญชีสองจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ส่วนธุรกิจตามบัญชีสาม คนต่างด้าวสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าวได้ โดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อันจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจการลงทุนที่ดีต่อประเทศ
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวในตอนท้ายว่า ประเทศไทยยังต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งมีช่องทางในการลงทุนที่ถูกต้อง ทั้งการลงทุนโดยการร่วมลงทุนกับคนไทยในสัดส่วนการถือหุ้น 51:49 ที่เป็นการลงทุนโดยคนไทยจริงๆ โดยไม่ได้จ้างคนมาถือหุ้นหลอกเหมือนที่มีการตรวจสอบกันในขณะนี้ และการลงทุนโดยคนต่างชาติ 100% ก็สามารถทำได้โดยการเสนอการจัดตั้งบริษัทไปยังอธิบดีกรมพัษนาธุรกิจการค้า ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีการอนุมัติการลงทุนในลักษณะนี้
นอกจากนี้ยังจะฝากถึงสำนักงานทนายความต่างๆ ให้คำแนะนำคนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนให้กับประเทศไทย
ด้าน นายธนวัฒน์ พัศดารักษ์ รองอธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า นิติบุคคลที่เข้าข่ายถือครองที่ดินผิดกฎหมายนั้น ในวันที่ซื้อที่ดินได้ดำเนินการถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด แต่มีภายหลังมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต่างด้าวมากกว่าคนไทย ซึ่งในส่วนของกรมที่ดินนั้นได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบพบว่าในภูเก็ตมีบริษัทที่ทางคณะกรรมการตรวจสอบนอมินีของจัวหวัดภูเก็ต 120 บริษัท ทางที่ดินจัวหวัดภูเก็ตได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 39 บริษัท ซึ่งจะถูกบังคับให้ขายที่ดินออกไป ภายใน 180 วัน หากไม่ดำเนินการทางกรมที่ดินก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะที่หม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า พบข้อมูลกลุ่มบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีกว่า 8,000 บริษัท ซึ่งขณะนี้อยู่ในขบวนการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกนอมินีครอบครองที่ดิน แรงงานผิดกฎหมาย หลังจากนี้จะมีการตรวจอีกแน่นอน ซึ่งปัจจุบันนี้ทางกรมฯได้มีระบบเฝ้าระวังพฤติกรรมธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้ผลชัดเจน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อยากที่จะชักชวนในนักลงทุนนักลงทุนช่าวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่จะต้องเข้ามาลงทุนอย่างถูกต้อง และฝากถึงสำนักงานทนายความซึ่งเป็นด่านแรกที่นักลงทุนต่างชาติเข้าไปติดต่ออยากจะฝากให้ให้คำแนะนำในการลงทุนที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหน


