ศูนย์ข่าวภูเก็ต - รมช.มท. “พลพีร์ - วรศิษฎ์” แต่งไปรเวท ลงบางลา ป่าตอง ฟังปัญหาเตรียมมอบนโยบายขับเคลื่อนภูเก็ต ตั้งเป้า "ปลดล็อกกฎเก่าสร้างภูเก็ตน่าลงทุน" ยอมรับกฎหมายบางฉบับไม่ทันโลก ขณะผู้ประกอบการขอ เพิ่มโซนนิ่ง – แก้ผังเมือง
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดิน (Walking Street) ย่านป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เพื่อพบปะและสอบถามปัญหาจากผู้ประกอบการในพื้นที่ เมื่อคืนวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา
.
.
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสำรวจสถานการณ์จริงและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการมอบนโยบายแก่ข้าราชการในวันพรุ่งนี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ให้ประชาชนและผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ตสามารถทำงานและดำเนินธุรกิจได้โดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือได้รับความเดือดร้อน พร้อมผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อจังหวัดภูเก็ต
.
“สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ หลายประเด็นยังอยู่ในกระบวนการที่ต้องปรับปรุงให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่บางเรื่องมีเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา โดยมีเป้าหมายทำให้ทุกอย่างเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด”
นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อไปว่า กฎหมายและกฎกระทรวงบางฉบับยังมีความล้าสมัย เนื่องจากถูกใช้มาเป็นเวลานานกว่า 10-20 ปี จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้ทันต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน โดยตนและคณะขอเน้นย้ำว่ารัฐบาลต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ง่ายขึ้น และทำให้ทุกอย่างเข้าสู่กระบวนการที่ถูกต้องมากที่สุด
ขณะที่ นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ประธานชมรมผู้ประกอบสถานบันเทิงหาดป่าตอง กล่าวว่า ในส่วนของผู้ประกอบการสถานบันเทิง อยากให้มีการแก้ไขในเรื่องของโซนนิ่ง ในพื้นที่ซอยนาใน เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังอยู่นอกโซนนิ่ง เนื่องจากเมื่อก่อนพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อยู่อาศัย แต่ปัจจุบันไม่มีใครอยู่แล้ว และพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ที่มีสถานบันเทิงอยู่จำนวนมาก จึงอยากให้มีการปรับแก้ในเรื่องของโซนนิ่งสถานบันเทิง
ส่วนเรื่องที่ 2 คือ เรื่องของผังเมือง ในพื้นที่ป่าตอง และพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าตอง ซึ่งยังมีความล่าหลังอยู่บ้าน เช่นโซนบางลาปัจจุบันเป็นพื้นที่สีส้ม ซึ่งสีส้มคือเป็นพื้นที่สำหรับที่พักอาศัย ไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน จึงอยากให้มีการแก้ไข นอกจากนั้นพื้นที่ป่าตองส่วนใหญ่ในผังเมืองระบุว่าเป็นพื้นที่เกาษตรกรรม ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหมดแล้ว


