ศูนย์ข่าวภูเก็ต – “พลพีร์ – วรศิษฎ์” ลั่นทวงคืนที่ดินของคนภูเก็ตในมือต่างชาติ กลับมาให้คนภูเก็ต สั่งตรวจสอบที่ดินกว่า 200 บริษัท ส่วนการย้ายล้างบ้าง ไม่กระทบ ปัญหาส่วย ถ้าทำถูกเชื่อว่าไม่มีใครเรียกได้ เร่งคืนความสดใสให้เกาะภูเก็ต
วันนี้ ( 18 มิ.ย.69 ) ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.ภูเก็ต นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมมอบนโยบายแก่ส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โ
ดยมี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม หลังใช้เวลาในการมอบนโยบาย ประมาณ 1 ชั่วโมง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ถึงแนวทางในการมอบนโยบายในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า สิ่งแรกที่จะต้องทวงพื้นที่ที่อยู่ในมือต่างชาติกลับมาอยู่ในมือของคนไทย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีบริษัทของต่างชาติอยู่ประมาณ 200 บริษัท ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างๆ ที่จดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์ แต่อาจจะมีการไปเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นหรือรายละเอียดต่าง ๆ ที่ถือครองที่ดินอยู่ในมือ ซึ่งอาจจะเป็น บ้าน ที่ดินเปล่า หรือสิ่งปลูกสร้างประเภทใดๆ ซึ่งเรื่องนี้จะให้กรมที่ดิน จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบหากพบว่าเป็นการครอบครองที่ไม่ถูกต้องจะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนการครอบครองที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ตามชายหาดต่างๆ ซึ่งเมื่อวานได้ลงไปตรวจสอบที่หาดฟรีดอม ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ในแปลงที่มีเอกสารสิทธิ์ ตนก็สงสัยว่ามีเอกสารสิทธิ์มาได้อย่างไร ซึ่งจุดนี้จะให้ที่ดินไปตรวจเช็คทั้งหมด รวมทั้งได้มอบหมายให้กรมป่าไม้ ไปตรวจสอบในพื้นที่ของตัวเองว่า มีที่ไหนบ้างของป่าไม้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในจังหวัดภูเก็ตเท่านั้นแต่จะต้องตรวจสอบในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ว่ามีพื้นที่ใดบ้างที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ไม่ถูกตอง หรือมีการบุกรุก ให้ทำเรื่องส่งมาที่กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนจะเป็นแม่งานเองในการรับผิดชอบเรื่องนี้ หลังรับเรื่องก็จะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง ถ้าผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อคืนที่ดินกลับมาเป็นของคนไทยทั้งหมด
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวต่อไปว่า อีกเรื่องที่ได้มีการมอบนโยบาย คือ เรื่องการจัดการปัญหาขยะ ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดภูเก็ต โดยในส่วนของ “ท่านวรศิษฎ์” ได้เสนอแนวคิดและไอเดีย หลายอย่างในการช่วยลดขยะในภูเก็ต รวมถึงวิธีการบริหารจัดการ ซึ่งเราจะลงไปดูแลในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต มีสิ่งหนึ่งที่น่าห่วง คือ ผู้ประกอบการ ที่อาจจะมีทั้งที่ดำเนินการถูกต้องและไม่ถูกต้อง ซึ่งในอนาคตจะไปทบทวนระเบียบการจัดโซนนิ่ง (Zoning) และผังเมืองต่าง ๆ เพื่อดูว่ากฎหมายหรือกฎกระทรวงมีอยู่ ไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบันหรือไม่ ทำให้เป็นอุปสรรคต่าง จนไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องนั้น จะมีแนวทางแก้ไขได้อย่างไร ซึ่งหลังจากนี้ รองอธิบดีกรมการปกครองและหัวหน้าส่วนงานที่เกี่ยวข้องในระดับกระทรวง จะร่วมกันไปพิจารณาแก้ไขข้อบังคับ กฎกระทรวง และพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะเราต้องการให้ภูเก็ต เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจที่ดี อย่างที่ทราบกันดีว่าภูเก็ตสามารถจัดเก็บรายได้ทางภาษีได้อย่างมหาศาล เทียบได้กับเครื่องยนต์สำคัญ ในการสร้างรายได้ทางภาษีให้กับประเทศ และรายได้ภาษีส่วนหนึ่งที่รัฐบาลนำมาใช้จ่ายในแต่ละปีนั้น ส่วนใหญ่ก็มาจากจังหวัดภูเก็ต
“วันนี้เราพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองที่อบอุ่นและกลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทุกอย่างจะต้องดำเนินไปภายใต้ระเบียบข้อกฎหมาย อะไรที่ผิดกฎหมายเราจะไม่มีการปล่อยปละละเลยอย่างแน่นอน“
ส่วนกรณีที่เกิดกระแสว่ามีการย้ายล้างบางข้าราชการระดับสูงในภูเก็ต นายพลพีร์ กล่าวว่า ข้าราชการภูเก็ตเป็นข้าราชการน้ำดีทุกคน เช่น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่มีประสบการณ์ บริหารราชการมามาก เป็นถึงอธิบดีมาแล้วด้วย และวันนี้ข้าราชการ ที่อยู่ในกระแสข่าว ยังไม่มีใครมีความผิด ทุกคนจะต้องผ่านกระบวนการสอบสอบข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทางกรมปกครองไป แต่ว่าวันนี้จะให้ภูเก็ตมาหยุดแค่นี้เรื่องนี้ไม่ได้ วันนี้พี่น้องชาวภูเก็ต ยังมีความลำบากอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องทำคือเรื่องเศรษฐกิจ เรื่อง ค่าครองชีพ รวมไปถึงการเตรียมตัวรับนักท่องเที่ยว ในช่วง high season รวมทั้งปัญหามลภาวะ มลพิษ ขยะ จะต้องทำยังไง
เพราะฉะนั้น ตนไม่อยากให้ทุกคนได้ไปโฟกัสว่า”ใครผิด ใครถูก“ วันนี้เรามาที่ภูเก็ตไม่ได้มาเพื่อมารื้อว่ามันเกิดขึ้นคืออะไรขึ้น แต่วันนี้เราต้องการที่จะมารีเซ็ตภูเก็ต ให้ภูเก็ตน่าอยู่ น่ามา ทำให้ภูเก็ตน่าเที่ยว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือประชาชน ผู้ประกอบการ และข้าราชการในภูเก็ต จะต้องกลับมาสดใสกว่าเดิม และทำให้ภูเก็ตเป็นฮับของการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อีกครั้งหนึ่ง
การย้ายข้าราชการก็เหมือนกับเป็นการปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในพื้นที่ บางครั้งการที่เราจมอยู่กับปัญหาทุกวัน เราอาจจะมองไม่เห็นในอีกมิติหนึ่งก็ได้ เพราะฉะนั้นการที่เอาคนใหม่เข้ามา ก็จะทำให้เห็นมิติอื่น ๆ ที่คนเคยอยู่อาจจะมองไม่เห็นก็ได้ อย่างผมมาจากอีสาน ท่านวรศิษฎ์ มาจากสตูล ตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับความเป็นเกาะ หรือกับภูเก็ต หรือสถานที่ท่องเที่ยว แต่พอตนมา ตนก็จะมีไอเดีย มาหารือร่วมกัน ถึงวิธีการจัดการ วิธีการบริหาร วิธีการทำให้ถูกกฎหมาย วิธีการอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ เพราะฉะนั้น การที่เราเอาคนใหม่เข้ามา จะทำให้มองเห็นในสิ่งที่คนอยู่เก่ามองไม่เห็น
ส่วนกรณี ปัญหามาเฟีย หรือผู้มีอิทธิพลมาเรียกรับผลประโยชน์ จากผู้ประกอบการ นั้น นายพลพีร์ กล่าวว่า ถ้าทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีใครไปรีดไถได้หรอก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต้องยอมว่า คนที่ถูกเรียกส่วย ค่าคุ้มครอง จะเกิดขึ้นกับคนเทา ๆ หรือคนดำเลย บางคนก็ไม่อยากเข้าระบบเลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพวกตน ให้ความสำคัญ และพยายาม ให้ทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบ ถ้าเข้ามาอยู่ในระบบแล้วไม่มีใครไปทำร้ายได้ แต่วันนี้ท่านต้องเดินมาหาพวกผม เพื่อหาแนวทางในการที่จะเข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง ถ้าทำถูกต้องเชื่อไม่ใครจะมารีดส่วยจากท่านได้ แต่พวกตนจะต้องมีข้อมูล และพวกผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อะไรที่กฎหมายที่มันล้าหลังเราก็ต้องมาแก้ ไม่ได้แก้ให้ภูเก็ต แต่เราแก้ให้ประเทศไทย
ซึ่งวันนี้ช่วงบ่าย ก็จะมีคลินิกทางที่กรมการปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวก ขอข้อมูล ให้ข้อมูล กับผู้ประกอบการต่าง ๆ ข้อมูลพวกนี้ พวกตนจะลงไปรับข้อมูลเอง เพื่อเอาไปกรอง เอาไปคิด ว่าสิ่งที่เราต้องปรับต้องแก้ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่กฎกระทรวง ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. โรงแรม ปี 47 หรืออะไรก็แล้วแต่ ว่ามันมีอะไรที่รัฐบาลจะต้องทำ ส.ส. จะต้องทำ ทางข้าราชการโดยการนำของผู้ว่าฯ ที่จะต้องทำ เราก็ต้องมาบูรณาการด้วยกันจริงๆ แต่วันนี้ผมขอพี่น้องชาวภูเก็ตอย่างเดียวขอให้กลับมามีศรัทธากับกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้กับพวกท่านได้อยู่อย่างมีความสุข ทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย ไม่มีใครมารีดไถ นี่คือเป้าหมาย อย่าหมดหวังกระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข อยู่แล้ว


