ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ร้อง สว. ช่วยจี้รัฐ แก้ปัญหาความล่าช้าในการให้บริการนักท่องเที่ยว ที่ด่านพรมแดนสะเดา
วันนี้ (13 มิ.ย.) ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ได้เข้าพบกับนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสื่อมวลชน เพื่อหารือเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ จ.สงขลา และใกล้เคียง ซึ่งที่ผ่านมาเกิดปัญหานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามายัง จ.สงขลา ในเทศกาลต่างๆ หรือวันหยุด ต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง ในพิธีการตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา รวมทั้งขาออกจากประเทศไทยเพื่อกลับมาเลเซีย ก็มีความล่าช้า ต้องใช้เวลาในการดำเนินการทางเอกสารไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง
และล่าสุดเมื่อเทศกาลอีดิ้ลฟิตรีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียติดค้างอยู่ที่ด่านตรวจฝั่งไทย 1 คืน เพราะความล่าช้าในการตรวจลงตราและพิธีการต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องนอนค้างคืนในรถยนต์ และริมถนน นักท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อน ทั้งเรื่องสุขา และอื่นๆ เพื่อรอให้มีการเปิดด่าน จนทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเข็ดขยาดกับการเดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข จะเป็นอุปสรรคกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งในเมืองหลัก และเมืองรอง ในหลายจังหวัดของภาคใต้ ซึ่งยังต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียเป็นหลัก ทั้งหาดใหญ่ และเมืองรองต่างๆ เช่น จ.พัทลุง-สตูล และอื่นๆ โดยเฉพาะหาดใหญ่ ที่ขณะนี้ยังไม่ฟื้นจากการถูกน้ำท่วม ถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาพักผ่อนและจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจ การค้า ของหาดใหญ่ จะแย่ยิ่งกว่านี้
ปัญหาความล่าช้าในพิธีการทั้งขาเข้า และขาออก ที่ด่านพรมแดน อ.สะเดา จ.สงขลา มาจากการไม่มีการปรับปรุงกฎระเบียบการเข้าเมืองให้ทันสมัย เช่นเรื่องเอกสาร ตม.2 ตม.3 ซึ่งควรใช้ช่องทางออนไลน์ เช่นเดียวกับการตรวจยานพาหนะที่ต้องเปิดให้แจ้งเข้า-ออก ทางออนไลน์ ซึ่งจะทำให้การผ่านด่านรวดเร็วขึ้น รวมทั้งควรยกเลิกการเก็บค่าล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ทำให้นักท่องเที่ยวเสียเวลาเป็นอันมาก ซึ่งควรจะยกเลิก เพราะฝั่งของมาเลเซียไม่มีการเก็บเงินค่าล่วงเวลาแล้ว โดยข้อเท็จจริง จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังประเทศไทยในช่วงเทศกาลและวันหยุดก็มีตัวเลขเพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ปัญหาที่เกิด เกิดจากความไม่พร้อม หรือไม่มีการวางแผนในการรับมือ เช่นการเพิ่มเจ้าหน้าที่ ทั้งตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร และทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีการบูรณาการ ไม่ใช่ฝั่งศุลกากรมีการแก้ระเบียบ มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ แต่ตรวจคนเข้าเมืองยังใช้วิธีการเดิมๆ ก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้
สิ่งที่น่าเป็นห่วงหลังจากมีการเปิดด่านใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งด่าน ถ้าตรวจคนเข้าเมืองไม่มีกำลังมาเพิ่ม และมีการเอากำลังที่มีอยู่ที่ด่านพรมแดนเดิมไปทำหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านใหม่ อาจจะทำให้การเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยวล่าช้ากว่าเดิม หรือหากด่านใหม่ที่จะเปิดให้รถยนต์ผ่านเข้า-ออก ทั้งขาออก และขาเข้า และมีความสะดวก อาจจะแก้ปัญหาเรื่องการเสียเวลาของนักท่องเที่ยวได้ แต่ก็จะเกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจการค้า ในเทศบาลด่านนอก เพราะนักท่องเที่ยวจะไม่เข้ามา ซื้อสินค้า ทานอาหาร เพราะระยะทางจากด่านใหม่กับด่านเก่า ที่เป็นย่านธุรกิจการค้ามีระยะทาง 2-3 กิโลเมตร ไม่สะดวกกับนักท่องเที่ยว ก็จะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจ การค้า ของผู้ประกอบการในเทศบาลด่านนอก ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องมีการวางแผนให้รอบคอบเพื่อให้เกิดความสะดวกกับนักท่องเที่ยวในการเข้า-ออก เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพื่อไม่ให้การเปิดด่านพรมแดนแห่งที่ 2 ของ อ.สะเดา กระทบต่อการค้า การลงทุน ในบริเวณด่านเก่าซึ่งย่านเศรษฐกิจ มีโรงแรมร้อยกว่าแห่ง มีสถานบันเทิง มีร้านค้า และเป็นย่านการค้า-ขายของเมืองชายแดนแห่งนี้
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในด่านพรมแดนสะเดาว่า วันนี้ ทั้งตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากร จำเป็นอย่างยิ่งในการที่ต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้กับการให้บริการทั้งขาเข้า และขาออก รวมทั้งต้องเพิ่มอัตราเจ้าหน้าที่ ทั้งสองส่วนต้องทำด้วยกัน การอ้างเจ้าหน้าที่มีน้อยเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นและเป็นเรื่องความไม่รับผิดชอบ และไม่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น การมีด่านพรมแดนในพื้นที่เดียวกันทั้ง 2 ด่าน ศุลกากร และตรวจคนเข้าเมือง ต้องบูรณาการอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ให้มีความเหมาะสม และไม่สร้างปัญหาให้เกิดขึ้น หน่วยงานต้นสังกัด อย่างกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง และกรมศุลกากร รวมทั้งรัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา ต้องให้ความสนใจ เพราะด่านพรมแดนสะเดา เป็นด่านหน้า ทั้งในเรื่องการส่งออก ที่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นด่านพรมแดนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา เป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาค
ที่สำคัญประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทยที่หน่วยงานต่างๆ ต้องให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย อาจคิดว่า เป็นของตาย หรือขาประจำ ที่ไม่มีที่ไป จะให้บริการห่วยๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะหากการใช้บริการ ยังห่วยแตก ต้องเสียเวลาเข้าเมือง 3-4 ชั่วโมง และขาออก ออกไม่ทันการปิดด่าน ต้องนอนในรถยนต์ และริมถนน ระวังเราจะสูญเสียนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ ซึ่งหมายถึงการสูญเสียเงินตราเข้าประเทศ และเป็นการทำลายการท่องเที่ยวของ จ.สงขลา และหลายจังหวัดของภาคใต้
โดยจะนำปัญหาที่รับมาจากสมาคมโรงแรมฯ นำไปผลักดันให้มีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตามกลไกของวุฒิสภา ซึ่งมีกรรมาธิการฯ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายคณะทั้งในเรื่องการท่องเที่ยว และการบริหารราชการแผ่นดิน โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับทราบปัญหาเพื่อให้มีการแก้ไข รวมทั้งการตั้งญัตติ ให้มีการอภิปราย และตั้งกระทู้ถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่รัฐมนตรีกระทรวงท่องเที่ยวฯ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และกรมศุลกากร เพื่อให้มีตอบกระทู้ถาม ซึ่งเป็นช่องทางในการทำหน้าที่ของวุฒิสภา


