ศูนย์ข่าวภูเก็ต – “แอดมินเพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต” โร่ขอความเป็นธรรม หลังถูกฟ้องเรียก 5 ล้าน ระบุ เข้าข่าย “ฟ้องปิดปาก” หรือไม่ ยันตนสู้ถึงที่สุด ทำไปต้องไปฟ้องไกลถึง กทม. ด้าน สส.ภูเก็ต นำเรื่องเข้ากมธ. พัฒนาการเมือง การสื่อสารฯ
วันนี้ ( 15 มิ.ย.) นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งและแอดมินเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับทางศูนย์ดำรงธรรมจ.ภูเก็ต และ สส.เขต 2 จ.ภูเก็ต ภายหลัง ได้รับหมายศาล ถูกฟ้องในคดี หมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท เพื่อขอให้ตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม โดยมี นายเอกภพ บัวทวน นิติกรชำนาญการพิเศษศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต เป็นผู้รับเรื่อง การยื่นหนังสือดังกล่าวมีเพื่อขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาในกระบวนการที่เกิดขึ้น เพราะมองว่าการฟ้องครั้งนี้เข้าข่ายการฟ้องปิดปากหรือไม่
โดยนายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งและแอดมินเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” กล่าวก่อนเข้ายื่นหนังสือ ว่า วันนี้ตนได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อหลายหน่วยงาน ทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงยื่นเรื่องผ่านทางสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต ลงมารับเรื่องด้วยตนเอง ด้วยความเห็นใจสื่อสื่อท้องถิ่นเพจเล็กๆ ที่ทำหน้าที่เป็น “หมาเฝ้าบ้าน” ให้กับประชาชนชาวภูเก็ตมาโดยตลอด
นายวรพงศ์ ระบุว่า ตนในฐานะตัวแทนแอดมินเพจต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ต ต้องการตั้งคำถามว่า การตีความโพสต์ข่าวลักษณะนี้ รวมถึงการฟ้องร้องที่เกิดขึ้น เข้าข่ายเป็นการ “ฟ้องปิดปาก” หรือไม่ หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก ต่อไปการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนท้องถิ่นจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถึงวันนี้ตนทนไม่ได้ ที่คนที่นำเสนอข่าว นำเสนอความจริงในภูเก็ต ต้องมาถูกฟ้องร้องแบบนี้ ซึ่งตนคิดว่าการนำเสนอของตนอยู่ในขอบเขตไม่เกินเลย ซึ่งเมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา หมายศาลมาถึงบ้าน
โดยมีโจทน์รายหนึ่ง ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท กับการที่ตนโพสต์ข้อความระบุ ว่า “โดนหมด ปลัดจังหวัดภูเก็ต ป้องกันจังหวัด นายอำเภอ 3 อำเภอ ช่วยราชการ กรณีล้างบางอิทธิพลหาดบางเทา ภูเก็ตเส้นใหญ่จัง เด้งยกชุด นายกรัฐมนตรีปล่อยให้เกิดได้ไง” ซึ่งโพสต์ดังกล่าว ตนมองว่าเป็นการตั้งคำถาม กรณีที่มีการย้ายนายอำเภอ ย้ายปลัดจังหวัด ไปช่วยราชการเพื่อสอบสวน ซึ่งเรื่องของการฟ้องตนเข้าใจได้ แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ฟ้องซึ่งเป็นอยู่ที่ภูเก็ต เรื่องเกิดในภูเก็ต จะต้องไปยื่นฟ้องไกลถึงกรุงเทพ มองว่าการฟ้องลักษณะนี้กับข้อความที่โพสต์ เรียก 5 ล้านบาท เป็นการกระทำที่เกินไป เหมือนกับเป็นการฟ้องปิดปากไม่ให้เพจ ไม่ให้สื่อ นำเสนอความจริงหรือไม่
นายวรพงศ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนเผชิญอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้มีเพียงภาระจากคดีความหรือค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ยังรวมถึงการสูญเสียเวลาและโอกาสหลายอย่าง ระหว่างรอให้ได้รับความเป็นธรรมกลับคืนมา พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้กับสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต การห้องแบบนี้มองว่าเพื่อให้เราหยุดทำหน้าที่ หยุดการนำเสนอข่าว แต่เราจะไม่ยอม และจะต่อสู้เพื่อให้ความจริงปรากฏ”
นายวรพงศ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ตนจะทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา เพื่อขอให้พิจารณาแนวทางเกี่ยวกับคดีลักษณะดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สังคมและสื่อมวลชนร่วมกันติดตามกรณีนี้อย่างใกล้ชิด
ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน กล่าวภายหลัง รับหนังสือร้องเรียนจาก นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจ “โหดจัง จังหวัดภูเก็ต” ตนได้รับหนังสือร้องเรียน จากนายวรพงศ์ ซึ่งเป็นสื่อมวลชนในจังหวัดภูเก็ต ที่นำเสนอประเด็นเกี่ยวกับผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มมาเฟียในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะกรณีหาดฟรีดอมที่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า ขณะเดียวกันผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่ ถางป่า หรือยึดครองพื้นที่บริเวณหาดบางเทา กลับใช้การฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่นำเสนอข่าวสารให้ประชาชนรับทราบ กรณีนี้มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งสื่อมวลชนโดยตรง เพราะมีการไปฟ้องร้องถึงศาลอาญารัชดา กรุงเทพมหานคร ทั้งที่เหตุเกิดในจังหวัดภูเก็ต”
นายเฉลิมพงศ์ ยังได้กล่าวอีกว่า ตนพร้อมระบุว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ เป็นประธานกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนั้น นายเฉลิมพงศ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งฝ่ายปกครอง หน่วยงานด้านการตรวจสอบ และสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อติดตามปัญหาหาดฟรีดอม รวมถึงปัญหาผู้มีอิทธิพล โรงแรมขนาดเล็ก และกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต
นายเฉลิมพงศ์ ยังตั้งคำถามถึงแนวทางการปราบปรามผู้มีอิทธิพล หลังรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีการพูดถึงการจัดการปัญหาดังกล่าว ว่า จะเกิดผลเป็นรูปธรรมจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงคำพูดเพื่อสร้างความหวังให้กับประชาชน “วันนี้จังหวัดภูเก็ตมีปัญหาสะสมจำนวนมาก ทั้งเรื่องสาธารณูปโภค การจัดการขยะ ปัญหานอมินี และผู้มีอิทธิพล หากรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้จริง ก็จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของการบริหารประเทศ”


