พังงา - สทช.6 พังงา-ระนอง จัดกิจกรรมวันทะเลโลก 2026 สร้างจิตสำนึกร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร ภายใต้แนวคิด “REIMAGING” คิดใหม่ให้ทะเล เพื่อโลกที่ยั่งยืน
วันนี้ (8 มิ.ย.69) ที่บริเวณชายหาดบางสัก ต.บางม่วง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นายบัญชา ธนูอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดงานวันทะเลโลก โดยมีนาย กฤษชนะ นิสะ ผอ.สทช.6 (พังงา ระนอง) นายดำรง ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า นายภัตติพงศ์ สุนทรวร ทสจ.พังงา นายดำรง ฉิมทับ นายอำเภอตะกั่วป่า เจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (พังงา ระนอง) ฝ่ายปกครองอำเภอตะกั่วป่า อาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม วันทะเลโลก ประจำปี 2569
ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วยนิทรรศการให้ความรู้ จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กิจกรรมปล่อยลูกพันธุ์เต่าทะเล จำนวน 14 ตัว กิจกรรมเก็บขยะทำความสะอาดบริเวณพื้นที่ขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ณ บริเวณชายทะเลหาดบางสัก
สำหรับวันทะเลโลก กำหนดให้วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี ให้เป็นวันทะเลโลก หรือ Word Ocean Day โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้คนทั้งโลกหันมาใส่ใจร่วมกันอนุรักษ์ท้องทะเล ซึ่งแนวคิดนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 ในการประชุมความร่วมมือของกลุ่มประชาคมโลกด้านสิ่งแวดล้อม หรือ The Earth Summit ที่เมืองริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล กระทั่ง ในปี พ.ศ.2551 องค์การสหประชาชาติ จึงกำหนดให้วันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันทะเลโลก โดยเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2552 โดยในปีนี้ประเทศไทย โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ใช้คำว่า "MEIMAGINE" คิดใหม่ให้ทะเล เพื่อโลกที่ยั่งยืน
นายกฤษชนะ นิสะ ผอ.สทช.6 (พังงา ระนอง) กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการร่วมกันปกป้องรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงความสมบรูณ์ อดีตที่ผ่านมาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก เช่น การบุกรุกครอบครองที่ป่าชายเลน การใช้ประโยชน์จากพื้นทีแหล่งทรัพยากรเพื่อการท่องเที่ยว การจับสัตว์น้ำอย่างไร้ขีดจำกัด ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมลง เช่น ขยะทะเล น้ำเน่าเสีย มลพิษ จากโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ส่งผลกระทบต่อประชาชน และประเทศชาติ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นอย่างมาก
จึงต้องการให้มีการร่วมมือจากทุกฝ่าย เสมือนเป็นกลไกสำคัญในการปกป้อง คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นสมบัติอันมีค่ายิ่ง ของชาติให้คงอยู่ ก่อให้เกิดประโยชน์ แก่ ประชาชนคนรุ่นหลัง ซึ่งเป็นอนาคตของชาติ สืบไป


