xs
xsm
sm
md
lg

“สุชาติ” เดินหน้าประสานกรมที่ดิน ถอนเอกสารสิทธิ์ ที่ตั้งโรงแรมใหญ่ๆในเขตอุทยานฯสิรินาถ หลังศาลตัดสินคดีถึงที่สุด กว่า 10 คดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - รมว.ทส. เร่งคดีบุกรุกอุทยานฯสิรินาถ ย้ำทำคดีให้รัดกุม เพื่อไม่ให้คนทำผิดรอดไปได้ ส่วนคดีที่ศาลตัดสินถึงที่สุดกว่า 10 คดี ล้วนเป็นที่ตั้งโรงแรมขนาดใหญ่ ตนเดินหน้าให้ที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ไม่สนว่าเป็นใคร


วันนี้ (8 มิถุนายน 2569 ) ห้องประชุมที่ทำการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตประชุมติดตามการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่อุทยานสิรินาถ จ.ภูเก็ต โดยมีนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวง นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวยข้อง กรณีความคืบหน้าการคำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่อุทยานอห่งชาติสิรินาถ ว่าจากรายงานของทางเจ้าหน้าที่พบว่า ระหว่างปี 2555 -2568 มีจำนวนคดีเกิดขึ้น 113 คดี มีจำนวน 28 คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และ ปัจจุบันมีคดีอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนรวมกว่า 28 คดี ขณะเดียวกันยังมีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วกว่า 10 คดี


.โดยในส่วนของคดีที่อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนนั้นได้มอบนโยบายให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ให้ทำคดีอย่างรัดคุม อย่าให้มีช่องโหว่ทางกฎหมาย จัดการกับผู้บุกรุกอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้ผู้กระทำความผิดเล็ดลอดไปได้ ส่วนคดีที่ศาลสั่งสิ้นสุดแล้วประมาณ 10 คดี ซึ่งป็นที่โรงแรมใหญ่ ทั้งนั้น แต่ยังไม่มีการเพิกถอนโฉนดที่ออกมาผิด เช่น นส.ก. หรือโฉนด หรือหลักฐานอะไรก็แล้วแต่ เรื่องนี้ตนจะนำเรียนกับทางอธิบดีกรมที่ดินให้เร่งรัดเพิกถอนโฉนด เพื่อนำที่ดินเหล่านี้กลับมาเป็นสมบัติของชาติเพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ส่วนคดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องจำนวน 28 คดี เรื่องนี้จากการสอบถามทราบว่าสาเหตุที่ทางอัยการสั่งไม่ฟ้องเนื่องจากเอกสารไม่ครบถ้วนเรื่องนี้ทางอุทยานฯ จะทำเอกสารใหม่และอื่นอุทรณ์ไปใหม่เพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้บุกรุก

นายสุชาติ ยังได้กล่าวต่อไปว่า การจัดการกับผู้บุกรุกที่อุทยานแห่งชาติ จะต้องทำบรรทัดฐานให้เกิดขึ้นขึ้น จะต้องทำให้เห็นว่าที่อุทยานฯเป็นที่ของประชาชน เป็นที่ของประเทศชาติ ไม่ใช่ที่ของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะฉั้นการบุกรุกพื้นที่อุทยานจะต้องเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้บุกรุกพื้นที่ของรัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถและพื้นที่ชายฝั่งสำคัญของจังหวัดภูเก็ต ใครจะมาอ้างสิทธิครอบครองเป็นของตัวเองไม่ได้ ใครที่ทำตัวเป็นปรปักฏ์กับหน่วยงานราชการจะได้เห็นภาพแน่ว่าจุดจบเป็นอย่างไร ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ตนก็ได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงารที่เกี่ยวข้องปฏิบัติดังนี้ เร่งสะสางคดีบุกรุกและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ทั้งคดีเก่าและคดีใหม่ ป้องกันการบุกรุกพื้นที่ใหม่และจัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมทั้งการทำงานจะต้องมีความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ห้ามเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพล


นายสุชาติ ยังกล่าวกล่าวต่อไปว่า นอกจากจะลงมาติดตามคดีบุกรุกที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถแล้ว ตนยังได้ หารือแนวทางการปรับภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่ง การจัดระเบียบเรือและสิ่งปลูกสร้างที่รกร้าง บริเวณชายหาด ซึ่งจะเห็นว่าบริเวณชายหาดขาดความเป็นระเบียบ รวมทั้งปัญหาขยะ ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้บนไปกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถแล้วว่าจะต้องแก้ปัญหาเรื่องของความสะอาด ชายหาดจะต้องมีความสวยงาม เรือเก่าๆที่ถูกทิ้งร้างจะต้องประสานให้เจ้าของเรือนำออกไปจากพื้นที่อุทยาน ส่วนเรื่องของตลาดปลา ก็จะต้องมีการพัฒนาให้มีความสวยงาม มีความเป็นระเบียบ ไม่รุกล้ำพื้นที่รัฐ และสามารถสร้างรายได้ให้ประชาชนในท้องถิ่นอย่างเหมาะสม
.
ในด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว ได้มีการเสนอแนวทางศึกษาโครงการ “Boat Taxi” และการพัฒนาท่าเรือเพื่อแก้ปัญหาการจราจร พร้อมทั้งยกระดับการเดินทางทางทะเลเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และเพิ่มพื้นที่ทางวิ่งออกกำลังกาย ริมทะเลสำหรับประชาชน เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีคนมาวิ่งออกกำลังกายบริเวณอุทยานแห่งชาติสิรินาถจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่วิ่งอยู่บนถนนซึ่งไม่ปลอดภัย จึงคิดว่าจะต้องมีการจัดระเบียบและเพิ่มทางวิ่งสำหรับออกกำลังกายด้วย
.


รมว.ทส. กล่าวย้ำว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจังและยั่งยืน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อรักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่เป็นสมบัติของประชาชนสืบไป