xs
xsm
sm
md
lg

สงขลาผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดประชุมนานาชาติ “ภูมิทัศน์วัฒนธรรมทะเลสาบสงขลา”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา มูลนิธิสงขลาสู่มรดกโลก ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย จัดประชุมนานาชาติ “ภูมิทัศน์วัฒนธรรมทะเลสาบสงขลา” มุ่งขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาสู่มรดกโลกอย่างยั่งยืน

วันนี้ (4 มิ.ย.) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา มูลนิธิสงขลาสู่มรดกโลก ศูนย์ภูมิภาคว่าด้วยโบราณคดีและวิจิตรศิลป์ ในองค์การรัฐมนตรีศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO SPAFA) มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สถาบันทักษิณคดีศึกษา บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่อง “ภูมิทัศน์วัฒนธรรมทะเลสาบสงขลา : เข้าใจคุณค่า จัดการและรักษาอย่างยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน เพื่อระดมสมองและขับเคลื่อนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) สู่การเป็นมรดกโลก


นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา ในฐานะประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า จังหวัดสงขลาได้รับการขึ้นทะเบียน Tentative List พื้นที่แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 การประชุมในวันนี้จะเกิดประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนแหล่งมรดกวัฒนธรรม “สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ช่วยสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรม และธรรมชาติอันเป็นสมบัติล้ำค่าของชาวสงขลาและประเทศไทย

นางศศิเพ็ญ ละม้ายพันธุ์ วัฒนธรรมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ภูมิทัศน์วัฒนธรรมสงขลาและชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา เป็นตัวอย่างที่มีความโดดเด่นตามเกณฑ์มรดกโลก เกณฑ์ที่ 5 คือ การเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่สืบทอดกันมา การใช้ที่ดินหรือการใช้สอยพื้นที่ในทะเล ซึ่งเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมหรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเมื่อสิ่งแวดล้อมมีความอ่อนไหว เนื่องด้วยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจย้อนคืน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสงขลามีภูมิทัศน์วัฒนธรรมริมทะเลสาบที่มีความโดดเด่นมากแห่งหนึ่งของโลก จึงจำเป็นต้องหาคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ


การประชุมครั้งนี้เป็นการถอดบทเรียนการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มน้ำและภูมิทัศน์วัฒนธรรมจากแหล่งมรดกโลกที่มีชื่อเสียง เช่น ทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว ประเทศจีน ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการระบบนิเวศทางน้ำแบบองค์รวม และระบบจัดการน้ำดั้งเดิม “สุบัก” (Subak System) เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ที่สืบทอดมากว่า 1,000 ปี บนหลักปรัชญา “ไตรหิตกรณะ” ซึ่งสร้างความสมดุลระหว่างมนุษย์ เทพเจ้า และธรรมชาติ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการปกป้องดูแลเมืองเก่าและลุ่มน้ำสงขลาในอนาคต

ทั้งนี้ การประชุมตลอดทั้ง 3 วัน ครอบคลุมมิติองค์ความรู้ด้านมรดกภูมิทัศน์วัฒนธรรมในทุกด้าน โดยในวันแรก (4 มิ.ย.69) มุ่งเน้นการทำความเข้าใจรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตพหุวัฒนธรรมไทย-จีน การตั้งถิ่นฐาน ตลอดจนอาหารท้องถิ่นและความเชื่อเรื่องกริช ในพื้นที่จังหวัดสงขลา วันที่สอง (5 มิ.ย.69) นำเสนอข้อมูลการเชื่อมโยงบริบทมรดกโลกทางภูมิศาสตร์ระดับสากลร่วมกับสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ควบคู่ไปกับธรรมชาติวิทยา เช่น พืชพันธุ์และนกประจำถิ่น รวมถึงวิถีชีวิต “โหนด-นา-เล” และนาฏกรรมท้องถิ่น “โนรา” ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

และในวันสุดท้าย (6 มิ.ย.69) เน้นเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม กฎหมาย และความท้าทายในอนาคต บนพื้นที่มรดกโลก ที่ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ระบบเฝ้าระวังภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการป้องกันชายฝั่งคาบสมุทรสทิงพระ