ศูนย์ข่าวภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตประชุมทุกภาคส่วนแก้ปัญหาการก่อสร้างแนวกันคลื่นหาดราไวย์รุกชายหาด หน่วยงานเกี่ยวข้องสั่งระงับก่อสร้างแล้ว รอความชัดเจนผลรังวัดใหม่ 15 มิ.ย.นี้ ว่าอยู่ในโฉนดหรือบนชายหาด พบอาจเข้าข่ายสร้างเป็นเขื่อนกันคลื่น ต้องทำ EIA
เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (2 มิ.ย.69) นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมพิจารณากรณีข้อร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต โดยมี นายมนชัย แซ่เล่า ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรฉลอง และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต รวมถึงตัวแทนชาวบ้านจากชุมชนไทยใหม่หาดราไวย์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมมุกอันดา ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา
ทั้งนี้ เนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านชุมชนไทยใหม่ราไวย์ว่าได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างของโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำและพื้นที่สาธารณะทางน้ำ มีการนำรถแบคโฮลงไปขุดดินบนชายหาด
โดยทางเจ้าท่าภูเก็ตได้รายงานว่า ภายหลังมีการนำรถแบคโฮลงไปขุดดินบนชายหาดทางเจ้าท่าภูเก็ตได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ชายหาดจึงได้เรียกบริษัทดังกล่าวเข้ามาให้ข้อมูลตามกฎหมาย ทางบริษัทยืนยันดำเนินการบนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ แต่หลักมุดถูกน้ำกัดเซาะหายไป ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการพิสูจน์สิทธิให้ชัดเจน ทางเจ้าท่าจึงได้ออกคำสั่งระงับการก่อสร้างไว้ชั่วคราว เพื่อรอความชัดเจนการรังวัดแนวเขตที่ดิน และจากการหารือในเบื้องต้น ทางบริษัทยินดีที่จะขยับการก่อสร้างกำแพงกันดินขึ้นมาอยู่บนบก
ด้าน ตัวแทนจากสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงว่า การก่อสร้างดังกล่าวอยู่ในที่ดิน 2 แปลง คือโฉนดเลขที่ 12592 และ 12616 ซึ่งที่ดินดังกล่าวแบ่งแยกมาจากโฉนดที่ดินเลขที่ 9613 ออกเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2511 ออกจากหลักฐาน สค.1 หลวงอนุภาษภูเก็ตการ เป็นผู้แจ้งการครอบครอง โดยปัจจุบันมี บริษัท บารอน เวิล์ด เทรด จำกัด เป็นผู้ถือกรรมสิทธิที่ดินแปลงนี้ และหากแนวหลักหมุดเดิมไม่ชัดเจน จำเป็นต้องดำเนินการรังวัดสอบเขตใหม่อย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ขณะที่ นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ชี้แจงว่า ทางบริษัทเอกชนรายดังกล่าวได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างโครงการกำแพงแนวกันดินมายังเทศบาลตำบลราไวย์ตั้งแต่ปี 2567 แต่ก็ไม่มีการก่อสร้างแต่อย่างใด จนปี 2568 ในเดือน ธ.ค.ได้ยื่นขอก่อสร้างมาอีกครั้ง โดยก่อสร้างเป็นแนวกำแพงกันดินภายในแนวแขตที่ดินของบริษัทตามเอกสารที่อ้างอิง เมื่อมีการก่อสร้างและได้รับรถแบคโฮลงไปขุดดินที่หน้าหาด ทางเทศบาลฯจึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามพรบ.ควบคุมอาคารที่ สภ.ฉลอง เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ได้มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างเป็นการชั่วคราว เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบแนวเขตที่ดินและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเท่าที่ทราบในขณะนี้ ทางผู้ประกอบการได้วันนัดรังวัดที่ดินดังกล่าวในวันที่ 15 มิ.ย.นี้
ด้านตัวแทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ให้ข้อมูลว่า ลักษณะการก่อสร้างดังกล่าวเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เข้าตามนิยามคลื่นกันคลื่น ซึ่งอาจเข้าข่ายโครงการที่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เนื่องจากอยู่ในพื้นที่น้ำทะเลท่วมถึง ส่งผลกระทบต่อประชาชนจากการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำ คลื่น ชายหาด ซึ่งในส่วนนี้ทางสำนักงานฯจะดำเนินการแจ้งไปยังผู้ประกอบการต่อไป ว่าจะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้วย
เช่นเดียวกับเทศบาลตำบลราไวย์เห็นว่า แม้ใบอนุญาตจะระบุเป็นการก่อสร้างกำแพงแนวกันดินในที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ แต่ลักษณะโครงสร้างที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน มีลักษณะคล้ายแนวป้องกันคลื่น จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ
นายเฉลิมพล แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 กล่าวว่า ในเรื่องนี้อยากจะให้ทางจังหวัดภูเก็ตเชิญทางผู้ประกอบการรายดังกล่าวมาร่วมประชุมด้วย เพื่อกันพื้นที่ให้ประชาชนที่ใช้พื้นที่อยู่ได้ทางเดินไปยังบาลาย ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ รวมไปถึงพื้นที่ในการประกอบอาชีพ ทั้งการลงไปทำประมง การทำลอบและไซดักปลา เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการอยู่ด้วยกันได้
นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และมีคำสั่งระงับการก่อสร้างไว้แล้ว โดยอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการของโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่
พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินให้มีความชัดเจน เพื่อยืนยันแนวเขตตามกฎหมายอย่างถูกต้อง พร้อมมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต (ทสจ.ภูเก็ต) ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด รวมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการติดตามและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง กล่าวย้ำว่า การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้จะยึดหลักข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นสำคัญ โดยรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ และหากผลการตรวจสอบพบการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การก่อสร้าง หรือด้านสิ่งแวดล้อม จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรม


