ตรัง - เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ เตรียมเข้าพบอธิบดีกรมประมง และยื่นหนังสือต่อ รมว.เกษตรฯ ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ หลังประสบปัญหาราคากุ้งตกต่ำอย่างหนัก ซ้ำมาเลเซียห้ามนำเข้าอีก 5 สายพันธุ์
วันนี้ (2 มิ.ย.) นายมานิตย์ อินทองปาน ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดตรัง ในฐานะอดีตประธานสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ปีนี้เกษตรกรประสบปัญหาหนักหนาสาหัสกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา เพราะแม้ที่ผ่านมา ราคาตกต่ำแต่ยังมีผู้ซื้อ แต่ขณะนี้เลี้ยงกุ้งได้ แต่ไม่มีคนซื้อ เป็นผลยาวมาร่วม 2 เดือนแล้ว โดยล่าสุดประเทศมาเลเซียสั่งห้ามนำเข้ากุ้ง 5 ชนิดจากประเทศไทย ตั้งแต่วานนี้ (1 มิ.ย.) ซึ่งกระทบผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ตอนล่าง ทั้งจังหวัดตรัง สตูล และสงขลา อย่างหนัก
"เนื่องจากกุ้งในภาคใต้ตอนล่างนี้ตลาดหลักส่งขายที่ประเทศมาเลเซีย ประมาณ 8,000 ตันต่อปี มูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่พอประเทศมาเลเซียสั่งห้ามนำเข้าเด็ดขาด เท่ากับการขายกุ้งของเกษตรไทยเป็น 0 เลย ซึ่งไม่ใช่กระทบเฉพาะผู้เลี้ยงกุ้งเท่านั้น แต่กระทบไปถึงชาวประมงทางทะเล เพราะรวมถึงกุ้งแชร์บ๊วยด้วย จึงขอวิงวอนไปถึงรัฐบาลเข้ามาจัดการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะระยะยาวจะกระทบไปถึงผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้ตอนบน ภาคกลาง และทั่วประเทศ เพราะราคากุ้งจะตกต่ำทั้งหมด และกระทบทั้งระบบ"
ล่าสุดวันนี้ กุ้งขนาด 50 ตัว/กก. เหลือ กก.ละ 130 บาท ปีที่แล้วราคาอยู่ที่กก.ละ 150 บาท น้อยกว่าต้นทุนซึ่งอยู่ที่ กก.ละ 150 บาท , ขนาด 70 ตัว/กก. เหลือเพียง กก.ละ 100 บาท และขนาด 60 ตัว/กก. เหลือเพียง กก.ละ 125 บาท และยังไม่มีคนซื้อด้วย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรและสหพันธุ์กุ้งไทย ได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศจะเข้าพบอธิบดีกรมประมง เพื่อยื่นหนังสือส่งต่อไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือระยะสั้น เช่น รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศ โดยช่วยเหลือเกษตรกร ก.ก.ละ 20 บาท ซึ่งเคยดำเนินการได้ผลมาแล้วครั้งหนึ่ง
พร้อมทั้งขอให้รัฐบาลแก้ไขโครงสร้างการเลี้ยงกุ้งทั้งระบบ ตั้งแต่ห่วงโซ่การผลิต เช่น ต้นทุนและปัจจัยการผลิต ทั้งพันธุ์กุ้ง ค่าไฟ ค่าก๊าซหุงต้มและการตลาด ต้องหาตลาดรองรับให้ชัดเจน นอกจากนั้นปัญหาที่พบขณะนี้คือ ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นคนของพรรคเพื่อไทย พบว่า เกษตรกรในภาคใต้เข้าถึงยากมาก คงเป็นเพราะภาคใต้ไม่มี ส.ส.จากพรรคเพื่อไทย ทำให้มีการปล่อยเกียร์ว่าง ไม่ค่อยเหลียวแลปัญหาของพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้
ดังนั้น จึงฝากไปถึงพรรคเพื่อไทยว่า ขอให้แยกแยะว่านี่ไม่ใช่ปัญหาการเมือง แต่เป็นเรื่องปากท้องของเกษตรกร ซึ่งเรื่องปัญหากุ้งเป็นปัญหาระดับชาติ ไม่ใช่เป็นปัญหาของคนภาคใต้ หรือของคนเลี้ยงกุ้งอย่างเดียว ทั้งที่เมื่อก่อนประเทศไทยเราส่งออกกุ้งเป็นอันดับ 1 ของโลก ตอนนี้ตกมาอยู่อันดับที่ 6 ของโลก เศรษฐกิจก็เสียหาย จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้


