xs
xsm
sm
md
lg

ส.ว.สงขลาพบรองนายกฯ หารือเรื่องการพัฒนา พร้อมแผนป้องกันอุทกภัยเมืองหาดใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ส.ว.สงขลาเข้าพบหารือแผนพัฒนาสงขลาและภาคใต้ กับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคมนาคม เผยพร้อมผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ส่วนรถไฟรางคู่ถึงสุไหงโก-ลก ปี 70 ตัดทิ้งเส้นทางรถไฟหาดใหญ่-สงขลา เพราะไม่คุ้มค่า

เมื่อเร็วๆ นี้ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ประกอบด้วย ดร.กมล รอดคล้าย นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ดร.โสภณ มโนมะยา นายพิบูลย์อรรถ หฤหรรษ์ปราการ และ นายยะโกบ หีบละ ได้เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีและปรึกษาหารือถึงแผนการพัฒนาจังหวัดสงขลา การฟื้นฟูหาดใหญ่หลังประสบปัญหาอุทกภัยและการป้องกันอุทกภัยในปี 2569 รวมทั้งแผนพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ กับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ที่ห้องรับรองกระทรวงคมนาคม

นายไชยยงค์ ได้กล่าวว่า ภาคใต้ขาดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจจากรัฐบาลก่อนๆ ค่อนข้างยาวนาน โครงการใหญ่ๆ ในด้านอุตสาหกรรมไม่เกิดขึ้นในภาคใต้ แม้แต่โครงการเซาท์เทิร์นซีบอร์ด ที่เคยเป็นความหวังของคนภาคใต้จากรัฐบาลในอดีตก็ทำไม่สำเร็จ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งเป็นโครงการที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นผู้เสนอ เพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ถูกคัดค้านจากเอ็นจีโอ ทำให้โครงการนี้เกิดความล่าช้า

ในขณะที่เศรษฐกิจของหาดใหญ่ หลังการเกิดอุทกภัยเมื่อปลายปี 2568 ก็ยังไม่ฟื้นตัว และอีก 5 เดือน ก็จะเข้าสู่ฤดูฝนของภาคใต้ การบูรณะแม่น้ำ ลำคลอง ทั้ง คลอง ร.1 ที่ ชำรุด คลองอู่ตะเภา ที่เต็มไปด้วย สิ่งกีดขวางทางน้ำยังไม่มีการขุดลอก หรือซ่อมแซม ส่วน คู คลอง ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็มีการ ขุด ลอก แบบกระท่อนกระทาน เพราะเทศบาลนครหาดใหญ่มีปัญหาในเรื่องงบฯ ดำเนินการ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของ หาดใหญ่ สงขลา ประสบปัญหา ตั้งแต่โควิด-19 จนถึงหลังน้ำท่วม ก็ยังไม่ฟื้น

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้กล่าวถึงการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ว่า เรื่องของแลนด์บริดจ์ ยังเป็นเรือธงของพรรคภูมิใจไทยในการผลักดันให้เกิดขึ้นเพื่อการพัฒนาประเทศที่ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นโครงการที่ตอบโจทย์การพัฒนาภาคใต้ตอนล่างนั้น รัฐบาลเห็นชอบและพร้อมที่จะเดินหน้า ซึ่งขณะนี้ รัฐบาลรอให้สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมนำแผนแม่บทที่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ได้ส่วนได้เสียในพื้นที่เสนอเข้าสู่ ครม. เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อไป
ส่วนโครงการรถไฟรางคู่ ที่จะลงสู่ชายแดนไทยมาเลเซีย ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ขณะนี้สร้างถึง จ.สุราษฎร์ธานีแล้ว คาดว่าในปี 2570 จะสร้างไปถึงหมุดหมายปลายทาง ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซีย สำหรับเส้นทางรถไฟสายหาดใหญ่-สงขลา ที่จะมีการสร้างเพื่อให้มีการเดินรถไฟขึ้นใหม่นั้น ได้มีการยกเลิกไปแล้ว เพราะพบว่าเป็นโครงการที่ไม่คุ้มทุน
ในเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่เป็นเมืองเศรษฐกิจนั้น ในการแก้ปัญหาระยะยาว มีการศึกษาโดยไจก้า ที่จะผันน้ำจากคลองอู่ตะเภาที่ไหลมาจากต้นน้ำ อ.สะเดา ที่ บ้านคลองแงะ ต.พังลา เพื่อให้ไปออกยัง อ.จะนะ จ.สงขลา และจะมีการขุดคลองเลียบถนนเลี่ยงเมืองเพื่อเป็นการแบ่งน้ำส่วนหนึ่งออกจากพื้นที่ของ อ.หาดใหญ่ ส่วนเรื่องการ ขุดลอก คลองอู่ตะเภา ยังไม่มีอยู่ในแผน แต่ถ้าจะขุดลอก ปัญหาที่ต้องถามคือ ดิน โคลน ที่ขุดลอก ประชาชน จะยินยอมให้ทิ้งในพื้นที่หรือไม่

เรื่องการบูรณะซ่อมแซม คลอง ร.1 ที่ผนังแตกและชำรุดในพื้นที่ของ อ.บางกล่ำ รวมทั้งประตูน้ำต่างๆ ซึ่งได้มีการเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ก่อนที่จะถึงหน้าฝนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นที่ต้องรับผิดชอบทั้งในเรื่องการเงินและการบริหาร
เรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้าขายการท่องเที่ยวใน หาดใหญ่ ที่ ยังต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียเป็นหลักนั้น ในฐานะของคนหาดใหญ่ แม้พรรคจะไม่มี ส.ส.เขต 2 ใน จ.สงขลา แต่ก็มีการส่งเสริม สนับสนุนการฟื้นฟูหาดใหญ่มาโดยตลอด ในอดีตที่เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เคยทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนใน 16 อำเภอของสงขลา โดยเฉพาะรอบๆ ทะเลสาบสงขลา

“ขอฝากให้สมาชิกวุฒิสภาช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้น เพราะวันนี้กระแสของการท่องเที่ยวไม่ได้ยึดโยงกับเมืองหลักอย่างหาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เมืองรองอย่างอำเภอต่างที่มีศักยภาพมีต้นทุนอยู่แล้วต้องพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโต และเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนอย่างแท้จริง” นายพิพัฒน์ กล่าว