xs
xsm
sm
md
lg

เทศบาลตำบลราไวย์ สั่งระงับก่อสร้างแล้ว! กำแพงแนวกันคลื่น จนกว่าจะมีความชัดเจนแนวเขตที่ดิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ แจงข้อเท็จริง กรณีเอกชนก่อสร้างกำแพงแนวกันคลื่นหน้าหาดราไวย์ เผยดำเนินการตามกรอบกฎหมาย แจ้งความร้องทุกข์กับบริษัทเอกชนไปแล้ว และออกคำสั่งระงับการก่อสร้าง จนกว่าการตรวจสอบแนวเขตที่ดินจะชัดเจน


จากกรณีที่บริษัทเอกชนรายหนึ่ง ได้ทำการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหน้าหาดราไวย์ บริเวณใกล้ๆกับชุมชนชาวไทยใหม่ หาดราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งดำเนินการดังกล่าวได้รับอนุญาตจากเทศบาลตำบลราไวย์เจ้าของพื้นที่ โดยเมื่อมีการนำรถแบคโฮลงไปขุดดินบริเวณจุดที่จะก่อสร้าง และบางจุดได้มีการก่อสร้างบ้างแล้ว ทั้งตอกเสาปูนและวางเหล็กเพื่อก่อเป็นกำแพงกันคลื่นขึ้นมา ทำให้ชาวชุมชนไทยใหม่หาดราไวย์

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางเทศบาลตำบลราไวย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและแจ้งความร้องทุกข์กับเอกชนรายดังกล่าวไว้ที่ สภ.ฉลอง เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ในขณะเดียวกันทางเจ้าท่าภูเก็ตก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมทั้งได้ให้ทางบริษัทชี้แจงถึงแนวเขตที่ดินและได้ออกคำสั่งระงับการก่อสร้งาเป็นการชั่วคราวจนกว่าการตรวจสอบแนวเขตที่ดินจะชัดเจน


ในขณะนี้ ชาวชุมชนไทยใหม่ได้รวมตัวกันมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ทางจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจสอบการก่อสร้างดังกล่าว เนื่องจากการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน รวมไปถึงการขึ้น-ลงเรือ การทำเครื่องมือประมง เป็นต้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ให้สัมภาษณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกรณีดังกล่าวว่า หลังจากมีการนำรถแบคโฮ ลงไปขุดบริเวณชายหาดราไวย์ ใกล้ๆกับชุมชนไทยใหม่ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเกิดเหตุการเทศบาลตำบลราไวย์ไม่ได้นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลราไวย์ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเอกชนรายดังกล่าวไว้ที่สถานีตำรวจตำบลฉลอง เรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ ไว้ก่อนเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา


หลังจากนั้นทางเทศบาลได้มีการตรวจสอบเอกสารต่างๆ เพิ่มเติม พบว่า พื้นที่ที่มีการก่อสร้างกำแพงกันดินนั้น เอกชนรายดังกล่าวอ้างอิงการถือกรรมสิทธิที่ดิน ทางเทศบาลได้ตรวจสอบต่อไปอีกพบว่ามีการขีดเขตเส้นแนวเขตที่ดินแต่ไม่ใช่หลักโฉนดอย่างแท้จริง ซึ่งในอดีตอาจจะเกิดเหตุอะไรที่เกี่ยวข้องกับการปักหลักเขตเกิดขึ้นแต่ในจุดนี้จะไม่ขอกล่าวถึง เมื่อไม่สามารถที่จะทราบแนวเขตที่ดินได้อย่างชัดเจน เทศบาลตำบลราไวย์จึงพิจารณาและออกหนังสือสั่งระงับการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีการขุดดินบริเวณชายหาดราไวย์โดยไม่ทราบแนวเขตที่ชัดเจนตามกฎหมาย จึงได้สั่งให้หยุดก่อสร้างไว้ก่อนเพื่อให้เอกชนรายดังกล่าวรประสานกับทางที่ดินจังหวัดภูเก็ตเพื่อรังวัดชี้แนวเขตให้ถูกต้องต่อไป

นายเทมส์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการชี้แนวเขตที่ชัดเจนแล้ว จะแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ หากแนวเขตที่ดินอยู่บนชายหาด จะเป็นอำนาจหน้าที่ของทางเจ้าท่าภูเก็ต ซึ่งเทศบาลนั้นได้ออกใบอนุญาตก่อสร้างไปตามเอกสารหลักฐานที่ยื่นขอเข้ามา ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 ก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ แต่ก็ไม่ได้ทำการก่อสร้างแต่อย่างใด จนเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ได้มีการขอต่อใบอนุญาต เนื่องจากไม่ได้มีการก่อสร้าง ซึ่งตนในฐานะนายกเทศมนตรีจึงได้เซ็นต์ต่อใบอนุญาต ในครั้งที่ 1 ไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ที่ระบุไว้ว่าการต่อใบอนุญาตครั้งแรกนั้น ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อใบอนุญาตได้ แต่หากเป็นการขอต่อเป็นครั้งที่ 2 หรือครั้งต่อๆไป เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องลงตรวจพื้นที่หน้างานว่ามีการก่อสร้างคืบหน้าไปอย่างไรก่อนที่จะพิจารณาต่อใบอนุญาต


“การออกใบอนุญาตครั้งแรกนั้น เชื่อได้ว่ามีการดำเนินการไปตามเอกสารหลักฐานที่ยื่นมาครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ เพียงแต่ว่าเมื่อการก่อสร้างหน้างาน อนุมานได้ว่าอยู่บนพื้นที่หาด ก็จะต้องตรวจสอบให้ชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตที่จะต้องมารังวัดชี้แนวเขตให้ชัดเจน เมื่อได้ความชัดเจนของแนวเขตที่ดินแล้ว ทางเทศบาลจะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร” นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวและว่า


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงาน การก่อสร้างกำแพงแนวกันคลื่นในจุดดังกล่าวเป็นการก่อสร้างต่อเนื่องจากการก่อสร้างเรีสอร์ทหรูระดับห้าดาว ที่อยู่ในพื้นที่ถัดจากชายหาด ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้