ศูนย์ข่าวภูเก็ต – เจ้าท่าภูเก็ต สั่งระงับชั่วคราวแล้ว การก่อสร้างแนวกันคลื่น ริมหาดราไวย์ ของโรงแรมดัง จนกว่าการตรวจสอบสิ่งล่วงล้ำลำน้ำและการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินกรรมสิทธิ์แล้วเสร็จ ด้านชาวไทยใหม่ ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯจี้ตรวจสอบ หวั่นกระทบวิถีชีวิต
จากกรณีที่มีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดบริเวณตำบลราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นั้น สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจการขนส่งทางน้ำลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทันที เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างกำแพงกั้นคลื่นและเขื่อนกันน้ำเซาะของ บริษัท บารอน เวิล์ดเทรด จำกัด เจ้าหน้าที่จึงได้ออกหนังสือเชิญผู้ประกอบการชี้แจงและนำส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายทนาชัย สูญพ้นไร้ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากกรรมการบริษัทฯ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต พร้อมแสดงเอกสารหลักฐาน ได้แก่ ใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร (แบบ อ.1) เลขที่ 507/2567 ออกโดยเทศบาลตำบลราไวย์ และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินประเภทโฉนด เลขที่ 12592 (เลขที่ดิน 48) เนื้อที่ 5 ไร่ และเลขที่ 12616 (เลขที่ดิน 49) เนื้อที่ 15 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ซอยแหลมกาใหญ่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีแนวเขตทางด้านทิศใต้ติดต่อกับทะเล
ทางตัวแทนบริษัทฯ ได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่า เดิมที่ดินดังกล่าวมีหลักเขตโฉนดชัดเจน แต่ปัจจุบันพื้นที่บางส่วนได้ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนหลักหมุดเดิมสูญหายไป
สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้ให้ข้อมูลและทำความเข้าใจร่วมกับตัวแทนบริษัทฯ ในประเด็นข้อกฎหมายเบื้องต้น กรณีพื้นที่กรรมสิทธิ์ที่อาจถูกน้ำทะเลกัดเซาะ รวมถึงได้มีการหารือร่วมกันถึงแนวทางการถอยร่นแนวการก่อสร้างเขื่อนหรือกำแพงกันคลื่นให้อยู่ในพื้นที่บนตลิ่ง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อภูมิทัศน์และการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในพื้นที่
สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต จึงได้ออกคำสั่งแจ้งระงับการก่อสร้างชั่วคราว ในส่วนที่อาจเกี่ยวเนื่องกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำไว้ก่อน จนกว่าจะดำเนินการประสานงานรังวัดสอบแนวเขตที่ดินกรรมสิทธิ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการจนเป็นที่ยุติและสิ้นสงสัย หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยหน่วยงานพร้อมให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ
ขณะที่วันนี้ (26 พ.ค.69) ชาวไทยใหม่ในพื้นที่ชุมชนชาวไทยใหม่ ตำบลราไวย์ เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอให้ตรวจสอบและเร่งแก้ไขปัญหากรณีภาคเอกชนนำวัสดุก่อสร้างเข้าดำเนินการก่อสร้างแนวกั้นคลื่นในพื้นที่ริมชายฝั่ง ซึ่งชาวบ้านกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนมาอย่างยาวนาน โดยมี นายมนชัย แซ่เล่า ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต รับหนังสือ
ทั้งนี้เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ชาวประมงพื้นบ้านใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ ขึ้นลงเรือ ใช้สัญจรทางทะเล รวมถึงเป็นพื้นที่ที่มีความผูกพันกับวัฒนธรรมและประเพณีของชุมชน โดยเฉพาะการประกอบพิธีกรรมสำคัญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี พี่น้องประชาชนหวั่นเกรงว่าการก่อสร้างอาจส่งผลต่อเส้นทางสัญจรดั้งเดิม กระทบต่อการประกอบอาชีพประมง และอาจเป็นอุปสรรคต่อการสืบสานพิธีกรรมทางวัฒนธรรมที่ชุมชนยึดถือมาเป็นเวลาหลายชั่วอายุคน
โดยข้อเรียกร้อง และตั้งข้อสังเกตต่อโครงการก่อสร้างดังกล่าว 1.ที่ดินดังกล่าวประชาชนใช้ร่วมกันมาเป็นระยะเวลานานโดยมิได้ปรากฏการปิดกั้นมาก่อนใช่หรือไม่ 2.ทางสัญจรหรือถนนที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันย่อมเป็นทางสาธารณสมบัติสำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน เนื่องจากปรากฎว่าประชาชนใช้มาหลายสิบปีและแม้จะมีการปิดกั้นก็เป็นการปิดกั้นพวกชั่วคราว ทรัพย์สินดังกล่าวจึงตกเป็นสาธารณสมบัติที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 1304 3.การทำแนวกันเขตที่ดินนั้น สภาพควาเป็นจริงแนวกันเขตที่ดินดังกล่าว มีสภาพที่ตั้งอยู่ใกล้หาดและกระทบกับคลื่นและน้ำทะเลถูกต้องหรือไม่ และ 4.เมื่อมีการกระทบกันของคลื่นกับแนวเขต สิ่งก่อสร้างดังกล่าวจึงเป็นเขื่อนกันคลื่นซึ่งต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ท่านได้จัดทำหรือไม่
ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และดำเนินการบนพื้นฐานของความเป็นธรรม เพื่อให้การพัฒนาเดินควบคู่ไปกับการรักษาวิถีชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน


