ตรัง - สองสามีภรรยาชาว ต.นาท่ามใต้ อ.เมือง จ.ตรัง ช่วยกันปลูกข้าวโพดแซมสวนปาล์มของเพื่อนบ้านที่ว่างอยู่ สร้างรายได้ให้อย่างงดงามปีละกว่า 300,000 บาท เผยมีรายได้คงที่ดีกว่าตอนรับจ้างกรีดยาง จึงยึดเป็นอาชีพมายาวนานนับ 10 ปีแล้ว
วันนี้ (13 พ.ค.) นางพัฒนา บัวเพ็ชร อายุ 57 ปี ชาวหมู่ที่ 5 บ้านยางงาม ต.นาท่ามใต้ อ.เมือง จ.ตรัง ได้ลงเก็บผลผลิตข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียว ที่ตัวเองและสามีร่วมกันปลูกขายมายาวนานแทนอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอนเพราะบางช่วงมีราคาตกต่ำและภาคใต้ก็เป็นพื้นที่ที่ฝนตกชุกจนทำให้กรีดยางได้น้อย โดยทั้งคู่ได้ปลูกข้าวโพดแบบหมุนเวียนในพื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมันขนาดเล็กของเพื่อนบ้าน ซึ่งให้ทำฟรีไม่คิดเงินหรือค่าเช่าในเนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ วางแผนการปลูกข้าวโพด แบ่งเป็นรุ่นๆ ละ 1-2 ไร่ ทำให้สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน เพราะมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์จากคลองลำภูราและคลองแม่น้ำตรัง
สองสามีภรรยาจะใช้เทคนิคปลูกข้าวโพดหวานจัมโบ้สวีท (Jumbo Sweet F1) ลงไปก่อน เมื่อครบ 6 วัน ก็จะทำการปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวแซมระหว่างกลางลงไป เพื่อให้เกสรข้าวโพดหวานผสมกับเกสรข้าวโพดข้าวเหนียว พอครบ 70 วัน ทั้งข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียวก็จะโตและเก็บผลผลิตได้พร้อมกัน น้ำหนักดี เพียง 2-3 ฝัก ก็ได้ 1 กก. ซึ่งข้าวโพดหวานจะมีสีเหลืองสด เมล็ดเรียงสมบูรณ์เต็มฝัก รสชาติหวานมัน กรอบ อร่อย ส่วนข้าวโพดข้าวเหนียวจะได้สีเหลืองแซมด้วยสีม่วงและสีขาวเล็กน้อย เนื้อสัมผัสจะออกเหนียวกว่า แต่หวานมันอร่อยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นที่นิยมของลูกค้ามากกว่าข้าวโพดข้าวเหนียวแบบเดิมๆ ที่มีสีม่วงทั้งฝัก
นอกจากนั้น ยังใช้เทคนิคการเว้นฝักที่สมบูรณ์ไว้แค่ต้นละ 1 ฝัก หากเกินกว่านั้นจะหักขายเป็นข้าวโพดอ่อนทั้งหมด ในราคา กก.ละ 80 บาท เพราะหากเว้นฝักไว้เยอะจะแย่งอาหารกันเลี้ยงตัวเอง ทำให้ได้ฝักที่ไม่สมบูรณ์ทั้งหมด ซึ่งข้าวโพดที่ปลูกสามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวันตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะอยู่ทั้งในพื้นที่อำเภอกันตัง อำเภอห้วยยอด และอำเภอเมืองตรัง ที่ซื้อเพื่อนำไปต้มขายต่อ โดยลูกค้าจะสั่งครั้งละ 10-100 กก. หรือบางวันต้องเก็บข้าวโพดมากถึง 400 กก. โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ
ทั้งนี้ นางพัฒนา สามารถเก็บข้าวโพดได้คนเดียวอย่างสบายๆ โดยใช้เวลาไม่นาน และไม่ต้องจ้างแรงงาน แค่หักใส่กระสอบปุ๋ย เพราะทุกฝักจะสมบูรณ์เหมือนกันไม่ต้องมาคัดแยก แต่ละกระสอบหนักประมาณ 35 กก. ส่วนสามีแค่มาช่วยแบกกระสอบกลับเท่านั้น ราคาขายส่งหน้าสวน ข้าวโพดหวาน กก.ละ 15 บาท ข้าวโพดข้าวเหนียว กก.ละ 17 บาท แต่หากขายปลีก ข้าวโพดหวาน กก.ละ 25 บาท ข้าวโพดข้าวเหนียว กก.ละ 30 บาท ซึ่งตลาดต้องการสูงเพราะคนปลูกน้อยจึงมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ ต่อปีสร้างรายได้รวมกว่า 300,000 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 25,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีกว่าการทำสวนยางพาราเสียอีก
นอกจากนั้น ในพื้นที่ยังมีญาติๆ และชาวบ้านรายอื่นๆ ในตำบลนาท่ามใต้ ปลูกข้าวโพดอีกกว่า 10 ราย รายละไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ในพื้นที่ว่างในสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางพารา ซึ่งชาวบ้านให้ปลูกฟรี เพราะได้ช่วยดูแลสวนให้ด้วย ถือว่าเป็นแหล่งใหญ่ของการปลูกข้าวโพดในจังหวัดตรัง เฉพาะครอบครัวของสองสามีภรรยารายนี้หากเป็นหน้าฝนจะปลูกข้าวโพดลดลงเหลือประมาณ 5 ไร่ เพราะบางจุดพื้นที่น้ำท่วมถึง แต่พอหน้าแล้งจะปลูกได้ทุกแปลง และได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วยทั้ง 10 ไร่ จึงยึดเป็นอาชีพมายาวนานนับ 10 ปีแล้ว


