xs
xsm
sm
md
lg

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่บางเทาภูเก็ต แก้ปัญหาบุกรุดชายหาด ประกาศไม่ให้ค่ามาเฟีย บอกเป็นได้แค่ กุ๊ย เท่านั้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - นายกรัฐมนตรี ลงติดตามปัญหาการบุกรุกที่ดินหาดบางเทา จ.ภูเก็ต ประกาศ ไม่ให้ค่ามาเฟีย บอกเป็นได้แค่ กุ๊ย!” ลุยปมบุกรุกหาด 6 ไร่ สั่งเอาผิดตามกฎหมาย เปิดทางให้ประชาชนมีที่ทำกิน ยกเป็นโมเดลการแก้ปัญหาพื้นที่อื่น


เมื่อ เวลา 11.11 น. วันนี้ (10 พฤษภาคม) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ป่าไม้ บริเวณ หาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต


เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึง บริเวณหาดบางเทา ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจยึดไว้ ได้มีพ่อค้าแม่ค้าบริเวณหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับหาดเบางเทา ได้ถือป้ายพร้อมมารอพบนายกรัฐมนตรี พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการทำมาหากิน เนื่องจากถูกรื้อร้านค้า ซึ่งในจุดนี้ ได้มีแม้ค้ารายหนึ่งโผเข้ากอดนายกรัฐมนตรี พร้อมร้องห่มร้องให้ขอให้นายกช่วยเหลือเรื่องที่ทำกิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับป้ายข้อความที่มีการเขียนและส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรับปากจะดูแลให้


หลังจากนั้นได้เดินต่อไปในบริเวณเดียวกัน ได้มีผู้ประกอบการร้านค้าที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตรวจยึด รวมทั้งพนักงาน ประมาณ 300 คน ได้ยื่นหนังสือ เพื่อขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี กรณีถูกสั่งปิดร้านบนพื้นที่ประมาณ 5 -6 ไร่ โดยระบุว่าตนเองไม่ใช่ผู้บุกรุกเป็นเพียงผู้เช่าที่ การตรวจสอบและสั่งปิดร้านที่ตนเช่ามาทำให้ได้รับความเดือดร้อน พนักงานไม่มีงานทำ


หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินทางไปยังบริเวณชายหาด ซึ่งจัดพื้นที่สำหรับรับฟังรายงานจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการ จ.ภูเก็ต รองผู้ว่าราชการจังหวัด ป้องกันจังหวัด นายอำเภอถลาง หัวหน้าสำนักงานป่าไม้ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หัวหน้าส่วน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ร่วมให้ข้อมูล


ซึ่งปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีบุกรุกและต้องตรวจสอบ 3 ส่วน คือ ส่วนที่มีการก่อสร้างรุกล้ำที่สาธารณะ 18 แปลง อยู่หว่างการรวบรวบพยานหลังฐานเพื่อแจ้งความดำเนิน และมีการก่อสร้าง 46 แปลงโดยไม่ขออนุญาตก่อสร้างจากท้องถิ่น ซึ่งตอนนี้ท้องถิ่นได้ติดป้ายให้ระงับการใช้อาคารตาม พรบ.ควบคุมอาคารแล้ว นอกจากนั้นจุดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการในขณะนี้คือที่ดินจำนวน 6 ไร่ ซึ่งเดิมเมื่อปี 57 เป็นดังกล่าวเป็นลักษณะสวนมะม่วง และเมื่อปี 2564 ได้มีราษฎรบุกรุกสร้างเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรและมีการเก็บค่าเช่า


ต่อมาเมื่อปี 69 ทางจังหวัดภูเก็ตได้รับการร้องเรียนว่ามีการสถานประกอบการเปิดลักษณะคล้ายสถานบริการ ทางจังหวัดจึงลงมาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าที่ดินที่ตั้งสถานประกอบการดังกล่าวเป็นที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งในขณะเข้าตรวจสอบได้เชิญเจ้าหน้าที่ที่ดินและเจ้าหน้าที่ป่าไม้มายืน เมื่อได้รับการยื่นยัง จึงได้มีการตรวจยึดอาคารในบริเวณที่ดินดังกล่าวทั้งหมด จำนวน 34 อาคาร ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งในช่วงที่เข้าตรวจสอบไม่พบเจ้าของพบเพียงผู้ดูแล จึงได้มีการสอบปากคำผู้เช่า พบว่าเช่าจากคนคนเดีย โดยเช่าจากอดีตนายทหารรายหนึ่ง โดยเก็บค่าเช่ารายเดือน บางล็อคอยู่ที่เดือนละ 1.5 แสนบาท ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว ถ้าไม่มีการตรวจยึด จะเป็นสถานที่แก๊งมาเฟียเข้ามาหาประโยชน์ได้


ขณะที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ ขณะที่ประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ เดินทางมารอพบนายกรัฐมนตรีเพื่อขอความช่วยเหลือและรับฟังแนวทางแก้ไขปัญหา


อย่างไรก็ตามนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับฟังรายงานว่า วันนี้มาด้วยความเป็นห่วงหลังจากได้รับรายงานว่าพี่น้องประชาชนถูกคุกคามจากพวกนักเลง จากพวกคนไม่ดี ซึ่งตนไม่เรียกพวกนี้ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล คนเหล่านี้คือกุ๊ยธรรมดานี่เอง ภายใต้รัฐบาลนี้จะไม่ให้มีกุ๊ยมาคุกคามพี่น้องประชาชน แม้แต่คำว่าอันธพาลก็ดูสูงไปที่จะใช้เรียกคนกลุ่มนี้ ต้องเรียกว่า “กุ๊ย” ซึ่งคนเหล่านี้ไม่มีอะไรเลย พอเจอของจริงก็วิ่งหางจุกตูด เรามีหน้าที่ ที่จะไม่ต้องเกรงกลัวคนเหล่านี้ ถ้ามีคนเหล่านี้เข้ามาในพื้นที่ มาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ให้แจ้งนายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ตำรวจ ซึ่งหลังจากนี้เป็นต้นไป ถ้าใครปล่อยปละละเลย คนเหล่านั้นต้องไปก่อน ตนจะใช้อำนาจหน้าที่คุ้มครองพี่น้องประชาชนทุกคน


“ในเรื่องการทำมาหากิน เรื่องมันมีหลายอย่าง เราต้องถอดวงเล็บออกทีละวง การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ต้องถอดจากข้างในออกมา เราต้องดูก่อนว่าปัญหาแรกคืออะไร การจะแก้ปัญหาได้เราต้องจริงใจต่อกัน เพราะทุกคนรู้ดีว่าตรงนี้มันไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่ไปเชื่อกุ๊ยเหล่านั้นว่า เคลียร์แล้ว เคลียร์ตำรวจแล้ว เคลียร์จังหวัดแล้ว เคลียร์ผู้ว่าฯ แล้ว ทำให้พวกคุณมั่นใจ ซึ่งที่จริงแล้วตรงนี้มันผิด นี่คือกระดุมเม็ดแรก สิ่งปลูกสร้างทุกชนิดที่อยู่ตรงนี้ ไม่มีการขออนุญาตใดๆ เลยในการปลูกสร้าง ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หากผู้ประกอบการยอมรับ เราก็จะหาแนวทางเพื่อทำให้มันถูกต้อง ไปดูขอบข่ายตามกฎหมาย เพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ คนนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล”


สิ่งที่ตนให้ความสำคัญสูงสุดวันนี้ที่มามี 2 เรื่อง คือ 1) ต้องไม่มีผู้มีอิทธิพล ในเมืองไทยมาเฟียมีไม่ได้ มาเฟียยิ่งต้องไม่มีใหญ่เลย 2) คนข่มเหงผู้ที่มีกำลังน้อยกว่า ผู้ที่อ่อนแอกว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐยอมไม่ได้ ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ยอมไม่ได้เด็ดขาด ถ้ามันต้องมีมาเฟีย เราต้องเป็นมาเฟียของมาเฟีย คือมาเฟียกุ๊ยต้องกลัวมาเฟียที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ต่อจากนี้ต้องไม่มีการข่มเหง ทุบรถ รังแกชาวบ้าน ต้องไม่มีเด็ดขาดวันนี้ไม่มาปิดโอกาสการทำมาหากินของพวกท่าน แต่ท่านต้องให้ความร่วมมือในการทำทุกอย่าง อาจจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพื่อที่ท่านสามารถดำเนินกิจการ สร้างรายได้ สร้างโอกาสต่อไป ตนเดินเข้ามาที่นี่ ตนคิดถึงพี่น้องประชาชนหาเช้ากินค่ำ ทำงานแลกเงินเดือน ค่าจ้างรายวัน รายเดือน รายสัปดาห์ คนเหล่านี้คือคนที่รัฐบาลต้องให้ความรับผิดชอบ ต้องดูแลอย่างเต็มที่


นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวต่อไปว่า ตนได้มอบหมายให้ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ประสานงานดำเนินการในเรื่องนี้ ประสานงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมสั่งการให้ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ยึดถือความถูกต้องตามกฎหมายและโอกาสให้พี่น้องประชาชนมีรายได้เป็นหลัก โดยต้องไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ เราจะหาช่องทางทุกช่องทางภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนขอให้พวกเรามั่นใจ สิ่งปลูกสร้างที่ยึดพื้นที่มานานแล้วเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผมแก้ปัญหาตลอด


หลังจากนี้ใครจะมาแกล้งไม่ได้ ใครมาแกล้งก็จะต้องรู้กัน รัฐบาลจะใช้ทุกสิ่งทุกอย่างจัดการกับคนเหล่านั้น และต้องไม่ไปสนับสนุนให้เขาได้ใจ และให้นำหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคนทำผิดทั้งหมดมาให้นายอำเภอและเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะถือเป็นหลักฐานที่ไม่ถูกต้อง เป็นการฉ้อโกงเอาเปรียบประชาชน เพื่อเราจะได้มีหลักฐานแก้ไขปัญหาตามกฎหมาย ช่วยเหลือทุกท่านได้อย่างเต็มที่ ทำให้บางเทาเป็น Sandbox แก้ปัญหาบุกรุกที่สาธารณะ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถทำมาหากินได้ ที่ของคนไทย ถ้ามันเป็นที่สาธารณประโยชน์ ถ้าไม่มีแผนพัฒนาหรือทำอะไร ขอให้นำมาให้พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ ตามระเบียบและช่องทางตามกฎหมาย


ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วันนี้เราต้องอยู่ในโลกที่ต้องมีกติการ่วมกัน มีสิ่งที่พวกเราต้องยึดถือ หนึ่งในนั้นคือการเคารพซึ่งกันและกันและการเคารพธรรมชาติ ท่านนายกฯ สั่งการแล้วว่าเราคำนึงถึงทุกภาคส่วน และที่สำคัญที่สุดคือรับข้อมูลจากทั้งส่วนราชการและพี่น้องภาคเอกชน เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหาแนวทางดำเนินการเพื่อตอบโจทย์ทุกอย่างที่วางไว้ ทั้งในแง่กฎหมายและในเรื่องของการทำมาหากินของพี่น้องประชาชน และไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแอบอ้างอะไร เพราะไม่มีสิ่งไหนหรือใครชัดเจนกว่าที่ตรงนี้ที่เราคุยอยู่แล้ว และขอให้คนที่อ้างว่ามีอิทธิพล มีบารมี หยุดพฤติกรรมนั้น และออกมาแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย