ระนอง - ชาวระนองรวมตัวกันในนามเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดระนอง จัดเสวนาสาธารณะ อีกมุมที่รัฐไม่เคยบอก คัดค้านแลนด์บริดจ์และกฎหมาย SEC และร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์คัดค้านโครงการด้วยวิธี ปิดปาก ปิดตา ปิดหู
วันนี้ ( 9 พ.ค.69) ชาวระนอง จำนวน 30 คน ได้เริ่มรวมตัวกันในนาม “เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดระนอง” จัดเสวนาสาธารณะ “อีกมุมที่รัฐไม่เคยบอก” โดยมีตัวแทนจากผู้ประกอบการท่องเที่ยว ภาคประมง ชุมชน ที่กำลังจะได้รับผลกระทบจาการสร้างแลนด์บริดจ์ ชุมชนพื้นที่ที่จะมีการระเบิดภูเขาหินไปสร้างท่าเรือ การเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำถึง6 แห่ง เพื่อรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ชุมชนในพื้นที่การเกษตรที่โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดระนอง ลงพื้นที่ฟังความคิดเห็นก่อนจัดทำร่างผังเมืองรวม โดยจะมีพื้นที่สำหรับการก่อสร้างโรงงานและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เป็นต้น และมีวิทยากรจาก มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม หรือ EnLAW เข้าร่วมให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการแลนด์บริดจ์ และ พ.ร.บ.SEC (Southern Economic Corridor) ที่รัฐบาลนายอนุทินกำลังผลักดันเห็นชอบตามกรอบความคิดการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้
ซึ่งข้อมูลจากนักวิชาการต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ มีทั้งเรื่องผลกระทบทั้งทางสิ่งแวดล้อม การสร้างความเสียหายต่อการท่องเที่ยวภาคใต้ ความคุ้มค่าจากการขนถ่ายสินค้าจากเรือที่ต้องมาจอดแวะ ก็ตรงกันข้ามกับข้อเท็จจริงจากรัฐบาลที่จะให้ต่างชาติลงทุน 1ล้านล้านบาท แลกกับการเข้ามาสัมปทานพื้นที่ 50-99 ปี เหมือนยกแผ่นดินให้ต่างชาติเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ในภาคใต้ หลายคนเป็นห่วงทรัพยากรชาติ เป็นห่วงวิถีชีวิตชุมชนที่จะเปลี่ยนไป รวมทั้งพื้นที่ที่จะมีมลพิษเกิดขึ้นเช่นพื้นที่ EEC ในภาคตะวันออก
นายสมทรัพย์ จิตตะธัม นายกสมาคมประมงจังหวัดระนอง ระบุถึงความเสียหายที่จะมีต่อทะเลฝั่งอันดามัน แหล่งดำน้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล รวมทั้งพื้นที่ป่าโกงกางผืนใหญ่ ที่ยื่นขอเป็นมรดกโลกจาก UNESCO รวมทั้งชี้ถึงข้อเท็จจริงเฉพาะร่องน้ำที่มีการขุดลอกเพื่อให้เรือสินค้าเข้ามาเทียบท่าเรือแลนด์บริดจ์ เมื่อขุดลอกตามแบบลึกลงไปอีก 19 เมตร แต่สภาพจากคลื่นลมในทะเลอันดามันและความเร็วของน้ำทะเลฝั่งอันดามัน ก็จะพัดมากลบร่องน้ำลึกที่จะเทียบท่าให้เสมอกัน ภายใน 10 - 30 วัน เรือสินค้าก็จะไม่สามารถเข้าเทียบท่าเรือแลนด์บริดจ์ได้
เมื่อจบเวทีเสวนาสาธารณะ เครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดระนอง ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ดังนี้ เรื่อง รัฐบาลต้องคิดให้รอบคอบก่อนเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์และกฎหมาย SEC
โครงการแลนด์บริดจ์และกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC จะนำไปสู่การทำลายฐานทรัพยากร ระบบนิเวศ ระบบเศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมของจังหวัดระนองในระยะยาว หากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง เราจะต้องสูญเสียที่ดินเฉพาะในจังหวัดระนองหลายหมื่นไร่ ทั้งพื้นที่ทางทะเลชายฝั่ง ป่าชายเลนโบราณในเขตสงวนชีวมลฑล ที่ทำกินของชาวประมงพื้นบ้าน แหล่งท่องเที่ยวอย่างเกาะพยาม ผืนป่าและสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ ที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย สายน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชนเกษตร รวมไปถึงสังคมวัฒนธรรมเฉพาะที่จะต้องเปลี่ยนไปจากการเข้ามาของกลุ่มทุนและแรงงานต่างชาติจำนวนมาก ล้วนเป็นผลกระทบที่รัฐบาลต้องให้ข้อเท็จจริงกับคนระนองอย่างตรงไปตรงมา
ในขณะที่รัฐบาลกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากสังคม ทั้งภาคประชาชน สื่อมวลชล และนักวิชาการ ถึงความไม่คุ้มทุนในการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีงานวิชาการรองรับอย่างชัดเจนว่าวิธีการขนส่งสินค้าแบบถ่ายลำเรือคือวิธีการที่ไม่ได้ดึงความสนใจผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ได้จริง อาจจะกลายเป็นการยกผืนแผ่นดินภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ระนอง – ชุมพร กว่า 100,000 ไร่ ให้กับนายทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนมากกว่า 99 ปี ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย SEC
เครือประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดระนอง มีความกังวนอย่างยิ่งต่อนโยบายที่กำลังจะพลิกแผ่นดินจังหวัดระนอง ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์และกฎหมาย SEC ที่รัฐบาลกำลังผลักดันในเวลานี้ จึงขอเรียกร้องให้ทบทวนความคิดดังกล่าว ก่อนจังหวัดระนองจะเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้
ภายหลังอ่านแถลงการณ์จบ และเสวนาพูดถึงแนวทางการขับเคลื่อนต่อไป เราจะทำเวทีสร้างการมีส่วนร่วมกับพี่น้องชาวระนอง เพื่อคัดค้าน ทั้งแลนด์บริดจ์ และพรบ.SEC ที่รัฐบาลมัดรวมกัน และมีเจตนาจะเดินหน้า ไม่ฟังเสียงคัดค้านจากทุกฝ่าย มีการตั้งข้อสังเกตุหน่วยงานในจังหวัดระนอง กำลังขับเคลื่อนเรื่องการสร้างเขื่อนหรือฝายเก็บน้ำในเกือบทุกอำเภอ เพื่อกักน้ำและไปรองรับใช้ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ที่กำลังจะเกิดขึ้น
พร้อมทั้งในขณะนี้ จังหวัดระนองมีเวทีการจัดทำผังเมืองระนองขึ้นใหม่ โดยเป้าหมายหลัก มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่สีเขียวให้น้อยลง และเปลี่ยนเป็นพื้นที่สามารถจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่ มีการแสดงความเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ที่ธรรมชาติ ป่าเขา พื้นที่สวนต่างๆ ของเมืองระนอง จะมีโรงงานเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ศรษฐกิจชุมชนจะเสียหายทั้งจังหวัด ยังไม่รวมความเสียหายของระบบนิเวศทางทะเล ที่เศรษฐกิจหลักด้านการท่องเที่ยวจะหายไป มลพิษจะเข้ามาแทนที่ เหมือนเช่น พื้นที่ EEC ในภาคตะวันออก ที่เกิดขึ้นมาแล้ว
พร้อมทั้ง มีการเชิญชวนให้ชาวระนอง สู้ด้วยอหิสา ใช้วิธี ลิง3 ตัว (Three Wise Monkeys) ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นปริศนาธรรมที่เรียกว่า มิซารุ (Mizaru), คิกาซารุ (Kikazaru) และ อิวาซารุ (Iwazaru) ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งว่า: ปิดตา (ไม่ดู): ไม่มองในสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่จะทำให้ใจขุ่นมัว หรือสิ่งที่จะนำไปสู่ความโลภ ปิดหู (ไม่ฟัง): ไม่ฟังคำโกหกพกลม หรือเสียงที่จะทำให้เกิดความแตกแยก และปิดปาก (ไม่พูด): ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเท็จ หรือไม่พูดในสิ่งที่ไม่จริง
มีการเชิญชวน พี่น้องชาวระนอง และทุกคนทั่วประเทศ ร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการเลือกที่จะชวนกันถ่ายภาพลงโซเชียล ทั้ง ปิดตา หรือปิดหู หรือปิดปาก เป็นการประท้วงเงียบอย่างอหิงสา สำหรับการคัดค้านในเรื่องนี้ ช่วยกันแชร์ออกไป เพื่อส่งเสียงเงียบให้เค้ารู้ ว่าเราไม่เอาความหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมติด #saveranong. #NoLandbridge #NOSEC #ไม่เอาSEC #LoveRanong.


