นราธิวาส - นราธิวาสเกิดไฟป่ารวม 6 จุด ใน 4 อำเภอ หมอกควันปกคลุมทุกพื้นที่ ขณะที่พื้นที่ป่าพรุบาเจาะเสียหายกว่า 300 ไร่แล้ว ด้านผู้ว่าฯนราธิวาสสั่งทุกหน่วยเร่งควบคุมเพลิงโดยด่วน แม้คุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับ “ดี” และ “ปานกลาง”
วันนี้ (8 พ.ค.) นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดนราธิวาสเกิดเหตุไฟไหม้ป่ารวม 6 จุด ในพื้นที่ อำเภอยี่งอ ตากใบ สุไหงปาดี และสุไหงโก-ลก ซึ่งส่วนใหญ่ควบคุมเหตุเพลิงไหม้ได้แล้ว เหลือพื้นที่ล่าสุดในเขตอำเภอยี่งอ ซึ่งพบจุดไฟไหม้เพิ่มบริเวณบ้านตะโละมีญอ หมู่ที่ 1 ต.ตะปอเยาะ ในพื้นที่โครงการพรุบาเจาะ–ไม้แก่น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือป่าพรุบาเจาะ เป็นพื้นที่ป่าไม้ส่วนกลางของนิคมสหกรณ์บาเจาะ มีพื้นที่รวมประมาณ 1,200 ไร่ เบื้องต้นได้รับความเสียหายแล้วประมาณ 300 ไร่
ล่าสุด ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งระดมรถน้ำ เครื่องสูบน้ำ และตัดต้นปาล์มสกัดไฟ เพื่อสกัดกั้นการลุกลามของไฟ พร้อมขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งได้ประสานอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำระยะไกล จำนวน 5 เครื่อง เพื่อใช้ในการควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งนี้ด้วย
ขณะที่สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ ตากใบ สุไหงปาดี และสุไหงโก-ลก รวมพื้นที่เสียหายประมาณ 181 ไร่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ได้ขอสนับสนุนภารกิจดับไฟจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการจัดส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยปฏิบัติภารกิจดับไฟในพื้นที่อำเภอตากใบและอำเภอสุไหงปาดี ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ได้เดินทางมาถึงจังหวัดนราธิวาสในวันนี้ (8 พ.ค.69) และจอดประจำการที่กรมทหารราบที่ 151 อำเภอเมืองนราธิวาส และเริ่มปฏิบัติภารกิจในวันที่ 9 พฤษภาคม เป็นระยะเวลา 5 วัน เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ไฟลุกลามไปในพื้นที่ของป่าพรุโต๊ะแดง
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวย้ำด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าอย่างเต็มกำลังความสามารถ และดำเนินการด้วยความยากลำบาก จึงขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนได้ช่วยเป็นหูเป็นตา และได้ตระหนักถึงผลกระทบของการลักลอบเผาป่า ที่มีต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากพบเบาะแสการเผาป่า สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ หรือโทรศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด 1567 โดยมีรางวัลนำจับจำนวน 50,000 บาท
อย่างไรก็ตามในส่วนผลกระทบจากไฟไหม้ป่า โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 จากการตรวจคุณภาพอากาศจังหวัดนราธิวาสยังอยู่ในระดับ “ดี” และระดับ “ปานกลาง” ซึ่งประชาชนทั่วไปยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ แต่ยังคงมีการกำชับหน่วยงานสาธารณสุขดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด


