xs
xsm
sm
md
lg

ชาวกรงปินังเดินเท้าบุก ศอ.บต. จี้ยกเลิกโครงการ “ประตูระบายน้ำกรงปินัง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา - ชาวกรงปินังเดินเท้ากว่า 20 กม. บุกยื่นหนังสือผ่าน ศอ.บต.ถึงคณะรัฐมนตรี จี้พิจารณายกเลิกโครงการ “ประตูระบายน้ำกรงปินัง” ระบุเป็นโครงการที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตและระบบนิเวศ ชี้ EIA มั่วบอกเดือน พ.ย. ภาคใต้เป็นฤดูแล้งคาดเป็นการนำข้อมูลภาคอื่นมาสวมทับ ทั้งยังเมินเสียงของประชาชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2569 กลุ่มชาวบ้านจากอำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ในนามชุมชนบ้านลือมุและเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี จำนวนกว่า 70 คน ได้รวมตัวเดินเท้าจากอำเภอกรงปินัง ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค.69 ที่ผ่านมา เข้าตัวเมืองยะลาและหยุดพักที่มัสยิดกลางจังหวัดยะลา ก่อนที่จะเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร เพื่อยื่นหนังสือผ่าน ศอ.บต.ถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียกร้องให้ทบทวนและยกเลิกโครงการ “ประตูระบายน้ำกรงปินัง” โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิถีชีวิตและระบบนิเวศในพื้นที่ โดยมี นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือและร่วมรับฟังข้อร้องเรียนจากกลุ่มชาวบ้านด้วยตนเอง


นายซอฮาบูดิน เลาะยะพา ผู้ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี เปิดเผยถึงปมปัญหาสำคัญว่า รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการนี้มีความคลาดเคลื่อนอย่างมาก โดยเฉพาะการระบุว่าเดือนพฤศจิกายน เป็น “ฤดูแล้ง” ทั้งที่ในข้อเท็จจริงพื้นที่ภาคใต้เป็นช่วงฤดูมรสุมและน้ำหลาก ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการนำข้อมูลจากภูมิภาคอื่นมาสวมสิทธิ์หรือไม่

“นอกจากนี้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กรมชลประทานมีการจัดเวทีรับฟังความเห็นถึง 6 ครั้ง แต่ชาวบ้านในพื้นที่กลับไม่เคยได้รับเชิญอย่างเป็นทางการ และล่าสุดยังพบว่ามีการเบิกงบประมาณกว่า 8 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าศึกษาออกแบบโครงการต่อ ทั้งที่ชาวบ้านยังคงคัดค้านและเรียกร้องให้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเดิม” นายซอฮาบูดิน เลาะยะพา ผู้ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี กล่าว

ทั้งนี้ ทางกลุ่มเครือข่ายฯ ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลผ่าน ศอ.บต. รวม 4 ประการ ดังนี้ 1.ยกเลิกโครงการประตูระบายน้ำกรงปินังอย่างถาวร, 2.ยกเลิกรายงาน EIA ที่พบความผิดปกติและข้อมูลไม่ตรงตามสภาพจริง, 3.ทบทวนแผนพัฒนาลุ่มน้ำปี 2510 เนื่องจากเป็นแผนที่ล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับบริบทการใช้ประโยชน์พื้นที่ในปัจจุบัน และ 4.ปรับเปลี่ยนแนวทางจัดการน้ำสู่ “มาตรการสีเขียว” โดยเน้นการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและให้ชุมชนมีส่วนร่วม แทนการใช้โครงสร้างคอนกรีตขวางลำน้ำ


ด้าน นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ทาง ศอ.บต. จะนำข้อเรียกร้องทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เพื่อเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วน พร้อมกันนี้ ได้ให้ความมั่นใจกับชาวบ้านว่าจะเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมให้มากขึ้น โดยจะเชิญตัวแทนกลุ่มชาวบ้านและเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี เข้าชี้แจงข้อมูลและข้อกังวลต่อที่ประชุมโดยตรง เพื่อให้การตัดสินใจในเชิงนโยบายรอบด้านและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของภาคประชาชนที่ต้องการปกป้องทรัพยากรท้องถิ่น และส่งสัญญาณถึงภาครัฐว่า การพัฒนาไม่ควรแลกด้วยความล่มสลายของระบบนิเวศและวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนในพื้นที่