ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลาร้อง ส.ว.สายสื่อ จี้ศุลการกร-ตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลาปรับเปลี่ยนระบบ ทำนักท่องเที่ยวเสียเวลาที่ด่าน 3-4 ชั่วโมง จี้ยกเลิกเก็บค่าล่วงเวลา อย่าให้มีนายหน้าเรียกเก็บเงินนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างช่องทางวีไอพี
วันนี้ (5 พ.ค.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลชน รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไซเบอร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร โทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ถึงความเดือดร้อนของ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาทิ มาเลเซีย- สิงคโปร์ และอื่นๆ ที่เดินทางจากประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้ามาท่องเที่ยวยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมถึงจังหวัดในภาคใต้ของไทย ที่ต้องเสียเวลาในพิธีการตรวจคนเข้าเมือง ที่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา โดยใช้เวลาในการยื่นเอกสาร ตรวจเอกสาร เป็นเวลากว่า 2-3 ชั่วโมงในเทศกาลและในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เช่น ในวัน “เมย์เดย์” หรือวันแรงงานที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวติดอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจำนวนมาก โดยใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ในการตรวจคนเข้าเมือง ที่เป็นปัญหา และอุปสรรคต่อการท่องเที่ยวของประเทศ
จากการลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงของสมาชิกวุฒิสภา พบว่า ความล่าช้าเกิดจากปัญหา 3 ส่วน ส่วนแรกการยื่นเอกสารของนักท่องเที่ยวที่นำรถยนต์เข้ามาในประเทศ ต้องกรอกเอกสารเป็นรายคนเพื่อขออนุญาตนำเข้ารถยนต์ ซึ่งในปัจจุบันหลายประเทศใช้การกรอกเอกสารออนไลน์ เพื่อช่วยให้เกิดความรวดเร็ว แต่ศุลกากรที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดาไม่มีการปรับปรุงให้ทันโลก ทันสมัย และทันเวลา ยังใช้ระบบเดิมๆ เมื่อ 60 ปีที่แล้ว ซึ่งในอดีตมีปัญหาการโจรกรรมรถยยนต์จากมาเลเซียมาขายในภาคใต้ของไทย จึงต้องตรวจสอบการนำเข้ารถยนต์อย่างเข้มข้น แต่ในปัจจุบัน เรื่องการโจรกรรมรถข้ามพรมแดนไม่มีแล้ว แต่ศุลการกรสะเดายังไม่เปิดให้มีการแจ้งนำเข้าทางออนไลน์ จึงกลายเป็นความล่าช้าในการเข้าเมือง หากศุลกากรเปลี่ยนระบบให้ยื่นเอกสารล่วงหน้าทางออนไลน์ จะใช้เวลาเพียง 3 นาที โดยนักท่องเที่ยวไม่ต้องเสียเวลาถึง 3 ชั่วโมงอย่างที่เป็นอยู่
ประเด็นที่ 2 เรื่องการเก็บค่าล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในวันหยุดราชการและเสาร์-อาทิตย์ ที่ทำให้กระบวนการตรวจเอกสารเข้าเมืองล่าช้า แม้จะมีการเปิดตู้ในการตรวจเอกสารมากขึ้นในด่านพรมแดน ซึ่งการเก็บเงินค่าล่วงเวลา ควรจะมีการพิจารณายกเลิกได้แล้ว เพราะหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศมาเลเซีย ที่มีพรมแดนติดกับไทยก็ยกเลิกการเก็บค่าล่วงเวลาจากผู้เข้าทางเข้า-ออกประเทศในวันหยุดราชการแล้ว
“ในเมื่อข้าราชการมีเงินเดือน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติ ทำไมจึงต้องมีค่าล่วงเวลาในการทำงาน ในขณะที่ข้าราชการอื่นๆ เช่น ตำรวจและอีกหลายหน่วยงาน ที่ต้องมาทำหน้าที่ที่ด่านพรมแดน ไม่มีค่าล่วงเวลาเหมือนกับตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งการเก็บค่าล่วงเวลา เป็นการทำให้เสียเวลาในการผ่านแดนมากขึ้น” นายไชยยงค์ กล่าว
ประเด็นที่ 3 ที่ด่านพรมแดน อ.สะเดา จ.สงขลา ยังมีขบวนการ “นายหน้า” ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สร้างช่องทางวีไอพีในการเข้าเมืองด้วยความรวดเร็ว โดยการจ่ายเงินให้นายหน้ารายละ 100 เหรียญริงกิต หรือประมาณ 800 บาท เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ต้องรอกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง 3-4 ชั่วโมง ซึ่งมีนักธุรกิจ นักท่องเที่ยว ที่ต้องการความรวดเร็ว ยังพร้อมที่จะจ่ายเงิน 100 เหรียญริงกิต เพื่อซื้อความสะดวก ซึ่งปัญหาของช่องทางเข้าเมืองวีไอพีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการร้องเรียนจากประชาชนมาโดยตลอดในเวลานับ 10 ปี ที่เมื่อจ่ายกันที่ 10 เหรียญและ 20 เหรียญ ก่อนที่จะขึ้นมาที่ 50 เหรียญ และปัจจุบันที่ 100 เหรียญริงกิต
นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า ถ้าด่านตรวจคนเข้าเมืองของอำเภอสะเดาและด่านตรวจคนเข้าเมืองอื่นๆ ใน จ.สงขลาเปลี่ยนระบบการทำงานให้ทันสมัย นักท่องเที่ยวไม่ต้องติดแง็กที่พรมแดน 3-4 ชั่วโมง จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้น เพราะความล่าช้าในพิธีการเข้าเมืองที่ด่านพรมแดนทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งตัดสินใจไปเที่ยวที่อื่น หากตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรยังใช้ระบบเก่าๆ เดิมๆ มาใช้ในการตรวจสอบ อนาคตการเดินทางของนักท่อองเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย-สิงคโปร์ยังต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดน้อยลง การท่องเที่ยวได้รับความเสียหาย
“จึงขอให้สมาชิกวุฒิสภานำปัญหาความเดือดร้อนแจ้งให้รัฐบาลได้รับทราบถึงข้อเท็จจริง และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรปรับปรุง โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ” นายสิทธิพงษ์ กล่าว


