ตรัง - ร้านค้าขนาดเล็กเมืองตรังโอดครวญเจอผลกระทบจากการปรับอัตราค่าไฟใหม่ ทำให้ธุรกิจยิ่งแย่กว่าเดิมเพราะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แถมเศรษฐกิจช่วงนี้ก็ไม่ดี แม้จะพยายามประหยัดทุกวิถีทางแล้ว
วันนี้ (30 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรณีการปรับอัตราค่าไฟใหม่ ที่จะมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไปนั้น ทำเจ้าของร้านค้า ร้านขายของชำ หรือธุรกิจครอบครัวขนาดเล็ก ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้รับผลกระทบโดยตรง
นางปาริยา ฮั่วจีน เจ้าของร้านขายของชำ ที่ตำบลหนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง บอกว่า หลังรัฐบาลมีการปรับอัตราค่าไฟใหม่ จะทำให้ร้านค้าขนาดเล็กแบบพวกตน ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างมาก เพราะมีทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ตู้ไอศกรีม ตู้แช่สินค้า และตู้เอทีเอ็มหน้าบ้าน ที่ผ่านมาแม้จะประหยัดทุกวิถีทาง แต่ค่าไฟก็ยังสูงตกเดือนละประมาณ 2,800-3,000 กว่าบาท หรือประมาณ 600-700 กว่าหน่วย เฉลี่ยหน่วยละ 4.50 บาท
แต่มาวันนี้รัฐบาลประกาศปรับราคาค่าไฟ โดยใช้วิธีการแยกกลุ่ม ทำกระทบคนชั้นกลาง กระทบร้านค้าโดยตรง ต้องจ่ายค่าไฟแพงขึ้นอย่างมากกว่า 1 บาทต่อหน่วย ซึ่งทั้งตู้เอทีเอ็ม และตู้แช่สินค้าต่างๆ ไม่สามารถจะประหยัดไฟได้ เพราะต้องเสียบปลั๊กไฟทำความเย็นตลอด 24 ชม. เคยทดลองถอดปลั๊กไฟในเวลากลางคืน แต่เมื่อมาเสียบปลั๊กใหม่ปรากฏว่า ค่าไฟแพงกว่าเดิมประมาณ 500 บาท เพราะเมื่อเปิดใหม่ตู้จะต้องทำงานหนักความเดิมเพราะต้องทำความเย็นใหม่
“จึงมองการแก้ปัญหาค่าไฟของรัฐบาลในครั้งนี้ว่า เป็นการผลักภาระให้ประชาชน เพราะมีการแยกกลุ่มประชาชน แล้วร้านค้าอย่างพวกตนจะสู้ไหวได้อย่างไร ทั้งค่าไฟ ค่าภาษี ส่วนที่บอกว่าถ้าใช้มากก็ให้ประชาชนไปติดโซล่าเซลล์ แต่ขณะนี้เศรษฐกิจไม่ดี ค้าขายก็ย่ำแย่อยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปลงทุนติดตั้ง ปรับขึ้นค่าไฟครั้งนี้แล้วก็ไม่รู้ยังจะปรับขึ้นอีกหรือไม่” นางปาริยา ฮั่วจีน กล่าว


