นครศรีธรรมราช – เกิดเหตุทะเลาะวิวาทกลางงานเลี้ยงงานแต่งงาน ก่อนทั้งคู่จะชักปืนออกมาดวลกันสนั่น ทำให้มีคนถูกลูกหลงบาดเจ็บรวม 6 ราย เหตุเกิดในพื้นที่ หมู่ 12 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช
วันนี้ (28 เม.ย.) พ.ต.อ.มนชัย ศรีสุวรรณ ผู้กำกับการ สภ.ท่าศาลา นำกำลังตำรวจในปกครองเข้าระงับเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคู่อริหลายนัดในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส บริเวณลานหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 12 ต.โมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก หลังจากนั้นจึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยไต้เต็กเซี่ยงตึ๊งท่าศาลา และทีมกู้ภัย เร่งเข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุท่ามกลางความอลหม่าน พบผู้บาดเจ็บนอนกองเลือกโชกอยู่บนพื้นดินลานงานเลี้ยงหลายราย บางรายอยู่ในสภาพแน่นิ่ง ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้เร่งปฐมพยาบาลและรีบเคลื่อนย้ายส่ง รพ.ท่าศาลาในเบื้องต้น พบว่าผู้บาดเจ็บทั้ง 6 รายคือ 1.นายธนกร อายุ 31 ปี ถูกยิงที่บริเวณต้นขาด้านซ้าย, 2.นายอดิศร อายุ 17 ปี ถูกยิงที่บริเวณหัวไหล่ด้านซ้าย, 3.นายจักรธร อายุ 23 ปี ถูกยิงที่บริเวณข้อเท้าด้านขวา, 4.นายจักรกฤษณ์ อายุ 24 ปี ถูกยิงที่บริเวณศีรษะอาการสาหัส ส่งรักษาต่อ รพ.มหาราชในเวลาต่อมา, 5.นายอมรเทพ อายุ 24 ปี ถูกยิงที่บริเวณขาทั้ง 2 ข้าง และ 6.นายศุภเชษฐ์ อายุ 40 ปี ถูกยิงที่บริเวณแขน โดย 2 รายหลังนี้ไปถูกคุมตัวได้ที่ รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช หลังจากหลบหนีจากที่เกิดเหตุไปรักษาตัว
ส่วนที่เกิดเหตุอยู่ในสภาพอยู่ในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส โต๊ะเก้าอี้ เวทีดนตรีกำลังทยอยเก็บหลังจากงานเลิกเมื่อช่วงหลังเที่ยงคืนที่ผ่านมา หลังจากนั้นกลุ่มญาติ เพื่อนสนิท และคนใกล้ชิดของครอบครัวทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวยังนั่งกันต่อกระทั่งช่วงเวลาเกิดเหตุ มีการทะเลาะวิวาทกันขึ้นที่โต๊ะหนึ่ง มีคู่กรณีคือ นายอมรเทพ อายุ 24 ปี และ นายศุภเชษฐ์ อายุ 40 ปี 2 ผู้บาดเจ็บซึ่งพบว่าทั้งคู่มีอาวุธปืน
ส่วนต้นเรื่องนั้นพบว่า นายอมรเทพ ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าวรายหนึ่ง ขณะที่ นายศุภเชษฐ์ มาห้ามก่อนที่จะบานปลายกลายเป็นการเปิดฉากชกกันก่อนที่จะชักอาวุธปืนออกมาทั้ง 2 รายแล้วดวลกันสนั่น เป็นเหตุให้กระสุนปืนหลงไปโดนผู้บาดเจ็บอีกหลายรายที่ไม่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ที่อยู่ในงาน จากนั้นคู่กรณีทั้งคู่ได้หลบหนีขับรถส่วนตัวไปรักษาตัวที่เขต สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตำรวจเข้าคุมตัวไว้ได้พร้อมอาวุธปืน โดยขณะนี้พนักงานสอบสวนเร่งสอบคัดแยกเพื่อดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว


