นครศรีธรรมราช - เกิดเหตุอุกฉกรรจ์ “น้ำปลาหวานหกใส่รถคนสนิทตำรวจ" ทำเต้นทั้งโรงพักสั่งไล่วงจรปิดเร่งล่า แต่อีกคดีร้องรอง ผบช.ภ.8 ล่าโจรงัดบ้าน 7 เดือนคดีไม่คืบ
วันนี้ (27 เม.ย.) ที่ จ.นครศรีธรรมราช ทีมข่าวได้รับการร้องเรียนจากตำรวจชั้นผู้น้อยรายหนึ่งสังกัด สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พร้อมนำหลักฐานเป็นบันทึกประจำวันแจ้งความไว้เป็นหลักฐานของผู้เสียหาย เป็นหญิงอายุ 44 ปี ได้แจ้งความไว้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ระบุเหตุว่า วันที่ 5 เมษายน 2569 ได้จอดรถยนต์ไว้ที่ลานจอดรถหลังสำนักงาน ททท.นครศรีธรรมราช หลังจากกลับมาปรากฏว่าที่รถยนต์มีคราบน้ำปลาหวาน จึงมาแจ้งความไว้เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยมีพนักงานสอบสวนชั้นยศพันตำรวจโท เป็นผู้รับแจ้ง
ตำรวจผู้ร้องรายนี้ระบุว่า การแจ้งเพื่อนำเป็นหลักฐานไปแสดงกับสำนักงานเทศบาลนครนครศรีเพื่อขอภาพ พอเข้าใจได้ เนื่องจากต้องทำตามขั้นตอน แต่ที่ซ้ำร้ายคือมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางคนสั่งการให้ตำรวจชั้นผู้น้อยไปควานหาติดตามกล้องวงจรปิดหาคนที่ทำน้ำปลาหวานหกใส่รถ เนื่องจากเป็นรถยนต์ของผู้หญิงคนสนิทของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่บางนาย ทำให้ตำรวจที่ต้องดำเนินการเรื่องนี้ถึงกับไปไม่เป็น
"เราจะไปหาตัวคนทำน้ำปลาหกใส่รถคนสนิทของนายจริงๆหรือ จะสั่งการจะเอากันแบบนี้จริงๆ หรือ ท่ามกลางคดีโจรลักทรัพย์จำนวนมากที่ไม่ได้ถูกสั่งการใส่ใจจนคนร้ายเต็มบ้านเต็มเมือง"
และในกรณีเทียบเคียง เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา(27 เม.ย.69) นายกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะผู้เสียหาย/ผู้รับมอบอำนาจ ได้เข้าพบกับ พลตำรวจตรีพรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและเร่งรัดคดีคนร้ายจำนวน 2 คนเข้าไปก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สินเก่าแก่หลายรายการ มูลค่ามากกว่า 2 แสนบาท ในบ้านคุณตาที่อยู่ในความดูแลของผู้ร้องรายนี้
นายกฤษณะ ระบุว่านับแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลามากกว่า 7 เดือนหรือ 228 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้เสียหายเห็นว่าพอสมควรแล้วในการติดตามคดีแต่กลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่จะไปถึงตัวคนร้าย เห็นว่าการปฏิบัติงานของตำรวจมีความแตกต่างกับหลายคดีแม้จะมีมูลค่าทรัพย์สินไม่มาก แต่หากผู้เสียหายเป็นกลุ่มนักการเมือง นักธุรกิจร้านทอง หรือผู้มีตำแหน่งแห่งที่สำคัญในแวดวงข้าราชการ หรือกลุ่มเฉพาะที่ตำรวจทราบดีอยู่แล้ว กลับติดตามได้โดยใช้เวลาไม่นาน
“เมื่อเทียบกับเรื่องน้ำปลาหวานที่ตำรวจมาสะท้อนให้ฟัง คดีนี้ที่ผ่านมาได้สนับสนุนข้อมูลภาพวงจรปิด การติดตามกล้องวงจรปิดในจุดสำคัญ ข้อมูลเส้นทางคนร้ายออกมาก่อเหตุ ซึ่งน่าจะเพียงพอในการสืบสวน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำพูดจากตำรวจที่ดูเหมือนว่าเป็นการไร้ความสามารถของตำรวจเสียเอง จึงขอเรียกร้อง และขอความกรุณาเร่งรัดให้ผู้ใต้บังคับบัญชาใช้มาตรฐานเดียวกันในการติดตามคนร้าย ซึ่งเชื่อโดยสุจริตว่า ภายใต้ดวงอาทิตย์ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้ แต่ที่ผมทำได้ขณะนี้คือผมจะบอกสังคมทุกวันว่ายังจับไม่ได้”
ด้านพลตำรวจตรีพรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ระบุว่า ขอรับเรื่องไว้และจะสั่งการให้ชี้แจงคดีความคืบหน้ามาใน 3 วัน เข้าใจถึงความรู้สึก พร้อมทั้งสะท้อนว่า หากตำรวจเป็นผู้เสียหายเอง ถูกคนร้ายมาโจรกรรมทรัพย์สินสำคัญของคุณพ่อของตำรวจ ตำรวจจะทำอย่างไรมันจะไม่ตามหรือมันต้องตาม ผู้เสียหายไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมาย ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งพา และต้องใช้มาตรฐานเดียวกันไม่ว่าผู้เสียหายจะเป็นใคร


