ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เทศบาลนครสงขลาระดมรถน้ำและรถดับเพลิงเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้บ่อขยะในพื้นที่ ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา เพลิงลุกลามกว่า 100 ไร่ ทำให้ควันไฟปกคลุมท้องฟ้าและส่งผลกระทบต่อ ปชช. โดยล่าสุดสามารถคุมเพลิงไว้ได้แล้วแต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง
วันนี้ (23 เม.ย.) มีรายงานว่าเกิดเพลิงไหม้ภายในบ่อขยะ ในพื้นที่โรงงานกำจัดวัสดุที่ใช้แล้วและผลิตปุ๋ยธรรมชาติ ของเทศบาลนครสงขลา ที่หมู่ 2 ต.เกาะแต้ว อ.เมือง จ.สงขลา ทำให้มีกลุ่มควันสีดำลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนถูกกระแสลมพัดลอยไปในพื้นที่เทศบาลนครสงขลา และพื้นที่ตำบลเกาะยอ ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นบนท้องถนนลดลง
ขณะที่ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุพบว่า เทศบาลนครสงขลาได้ระดมรถน้ำและรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ใกล้เคียง และกองทัพเรือภาค 2 เข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิงตั้งแต่ช่วงเช้า โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ตรงกลาง ทำให้ควบคุมเพลิงได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีกลุ่มควัน ขณะที่พื้นที่ขอบบ่อขยะยังพบว่ามีเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนทิศทางในการนำรถน้ำเข้าไปดับเพลิง
ส่วนในหมู่บ้านหมู่ที่ 2 ต.เกาะแต้ว อ.เมืองสงขลา ที่อยู่หลังบ่อขยะดังกล่าวก็มีกลุ่มควันลอยปกคลุมหมู่บ้านทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน และพ่อค้าแม่ค้าตามร้านค้า ร้านอาหาร ต้องนำหน้ากากอนามัยมาสวมใส่เพื่อป้องกันควันพิษ
น.ส.สุนิสา ชาวบ้านคนหนึ่งที่มาซื้อก๋วยเตี๋ยว บอกว่า ขณะนี้เหม็นและแสบจมูกมาก จนหายใจไม่ค่อยออก ซึ่งเช้าวันนี้ตนออกจากบ้านมาทำงานก็เห็นควันลอยขึ้นฟ้าแล้ว และขณะนี้แม้ใส่หน้ากากอนามัยแล้วก็เอาไม่อยู่
ขณะที่ นายอุทัย ปานมณี พ่อค้าก๋วยเตี๋ยว บอกว่า เพลิงไหม้บ่อขยะเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางดึก กระทั่งช่วงเช้าก็ลุกลามไหม้เป็นวงกว้าง กระแสลมพัดควันปกคลุมในพื้นที่เทศบาลนครสงขลาและเกาะยอ ก่อนที่ช่วงเที่ยงกระแสลมจะพัดควันย้อนมาปกคลุมหมู่บ้านอีกครั้ง ทำให้ขณะนี้เริ่มหายใจไม่สะดวก มีอาการแสบจมูก เพราะกลิ่นควันเป็นกลิ่นไหม้พลาสติกจนต้องใส่แมสก์ และเหตุที่เกิดขึ้นทำให้กังวลว่าเพลิงไหม้บ่อขยะจะลุกลามไหม้ไปอีกหลายวัน
ด้าน นายธนกฤต ดำชะเอี้ยง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.เกาะเเแต้ว เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้นำหมู่บ้านได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านป้องกันตัวเอง โดยสวมใส่แมสก์ป้องกันควัน และปิดประตูบ้านหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อป้องกันควันไฟที่เริ่มพัดเข้าบ้านจนพักอาศัยไม่ได้ ซึ่งเหตุนี้ก็ทำให้กังวลว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ส่วนสาเหตุเกิดจากขยะจากน้ำท่วมใหญ่ และขยะที่ตกค้างหมักหมมมานานหลายปี เมื่ออากาศร้อนก็ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ได้
ล่าสุด จากการสอบถาม นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เปิดว่า ขยะที่เพลิงลุกไหม้เป็นขยะจากน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2568 มีน้ำหนักราว 200,000 ตัน ที่ อบจ.สงขลา ขนย้ายมาทิ้งไว้ในพื้นที่ 200 ไร่ และไหม้ไปแล้ว 100 ไร่ ซึ่งไม่ใช่ขยะของเทศบาลนครสงขลา แต่ อบจ.สงขลา มาใช้พื้นที่ของเทศบาลนครสงขลาทิ้งขยะในบ่อขยะเก่าเท่านั้น จึงถือว่าขยะกองนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.สงขลา
“แต่เมื่อเกิดเพลิงไหม้ขึ้น เทศบาลนครสงขลาก็ประสานงานกับเทศบาลตำบลเกาะแต้ว รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง และ ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาค 2 นำรถดับเพลิง รถน้ำ เข้าดับเพลิงมากกว่า 10-20 คัน จนควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เพลิงลุกลามได้ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ฉีดน้ำเลี้ยงไว้ไม่ให้เพลิงปะทุขึ้นมาอีก ส่วนสาเหตุของเพลิงเกิดจากขยะที่หมักหมมและขยะบางชิ้นก็ไวไฟ เช่น ไฟแช็ก เมื่ออากาศร้อนก็ทำให้ระเบิดแล้วเพลิงลุกไหม้ลุกลามเป็นวงกว้าง” นายกเทศมนตรีนครสงขลา กล่าว
สำหรับบ่อขยะแห่งนี้ ช่วงต้นเดือนก็เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้แล้ว แต่ก็ควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะมีการสั่งการให้รดน้ำแสตนบายด์ตลอดเวลา และครั้งนี้ก็ลุกลามไหม้เป็นวงกว้าง จนมีกลุ่มควันลอยเหห็นได้จากระยะไกล ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนและชาวบ้านต่างตกใจ ซึ่งขยะในพื้นที่เทศบาลนครสงขลาขณะนี้มีการนำเข้าโรงไฟฟ้ากำจัดขยะมูลฝอย ที่อยู่ด้านหลังบ่อขยะเก่าที่เพลิงไหม้ และไม่มีการนำมาทิ้งที่บ่อขยะนี้มานานแล้ว


