xs
xsm
sm
md
lg

สองสามีภรรยาชาวตรังต่อยอดฟาร์มผักข้างบ้านสู่ร้านคาเฟ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - สองสามีภรรยาชาว ต.นาบินหลา อ.เมืองตรัง ต่อยอดฟาร์มผักข้างบ้านมาสู่ร้านคาเฟ่ในบ้าน โดยเปิดแปลงผักให้ลูกค้าได้ชมได้เห็นออแกนิกส์ของจริง และนำพืชผักไปปรุงเป็นเมนูต่างๆ ให้ได้ชิม
สองสามีภรรยาได้ลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพฯ แล้วกลับบ้านผันตัวเองเป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยการใช้พื้นที่ข้างบ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 3 ตำบลนาบินหลา อำเภอเมือง จังหวัดตรัง มาทำฟาร์มปลูกผักปลอดสารพิษ โดยเป็นการปลูกผักข้างบ้าน นับตั้งแต่ปี 2562 เริ่มปลูกผักสลัดด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ ปลอดสารพิษ ไร้ยาฆ่าแมลง 100% ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP ส่งขายทั้งปลีก ขายหน้าฟาร์ม และขายออนไลน์ มุ่งตลาดคนรักสุขภาพ รวมทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหาร เฉพาะภายในจังหวัดผลผลิตที่มีก็ไม่เพียงพอ เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก

ล่าสุด ก็ได้ต่อยอดเปิดเป็นคาเฟ่ในบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ชมฟาร์มผักสลัด และมะเขือเทศ บริการกาแฟ เครื่องดื่ม เบเกอรี่โฮมเมด สปาเก็ตตี้ และเมนูข้าวแสนอร่อย เมนูสลัดต่างๆ น้ำสลัดทำเองสูตรเฉพาะของร้าน มีมุมถ่ายรูป มุมกิจกรรมของเด็กๆ มุมผักผ่อน พืชผักที่ได้ส่วนหนึ่งก็นำมาใช้ในร้านคาเฟ่ด้วย โดยใช้ชื่อว่า “บ้านพริมโฮมคาเฟ่ BaanPrim Homecafe” โดยเอาชื่อน้องพริม ซึ่งเป็นชื่อเล่นของลูกสาวมาตั้งเป็นชื่อร้าน และเปิดแปลงผักให้ลูกค้าคาเฟ่ได้ชมได้เห็นออแกนิกส์ของจริง ทำให้ผักนั้นขายดี จนโตไม่ทัน


นางรุ่งฟ้า วชิรถาวรชัย Young Smart Farmer จังหวัดตรัง บอกว่า หลังกลับมาอยู่บ้านก็มองหาอาชีพที่อยากทำอยู่กับบ้าน มีเวลาเลี้ยงลูก ท้ายที่สุดก็มาปลูกผัก ผักสลัดที่ปลูกมีหลายชนิด เช่น เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค กรีนคอส ฟินเลไอซ์เบิร์ก ซึ่งเป็นผักสลัดยอดนิยม และปลูกตามออเดอร์ของลูกค้า เพราะผักสลัดบางชนิดไม่มีขายในพื้นที่ แต่ละชนิดใช้เวลาปลูกประมาณ 40-50 วัน ทำเป็นแปลง (เป็นโต๊ะ) หมุนเวียน แต่ละโต๊ะจะแบ่งปลูกผักรวมกันประมาณ 3-4 ชนิด มีทั้งหมด 15 โต๊ะ รวมทั้งยังมีโต๊ะแปลงเพาะเมล็ด ซึ่งจะทำการเพาะเมล็ดทุกวัน เพื่อให้มีผักป้อนตลาดทุกวัน และโต๊ะแปลงอนุบาลด้วย ทำให้สามารถเก็บผลผลิตได้ทุกวันๆ ละ 1 แปลง/โต๊ะ ประมาณ 15 -20 กิโลกรัม

แต่เนื่องจากปีนี้อากาศในจังหวัดตรังผันผวนบ่อยครั้ง เพราะมีฝนตกชุก ทำให้ผลิตลดลงไปเยอะ ส่วนที่เหลือก็โตไม่ทันต่อความต้องการ ทั้งนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่จะสั่งผักเข้ามารายละ 1-3 กิโลกรัม ส่งตามร้านอาหารต่างๆ เก็บวันต่อวัน หรือ 2 วันครั้ง รวมทั้งขายในห้างสรรพสินค้า และส่งให้ลูกค้าทั่วไปในเมือง หรือมาซื้อเองในฟาร์ม มีทั้งขายเป็นกิโลกรัม ราคากก.ละ 120 บาท และจัดผักเป็นช่อคละชนิดกัน ประมาณ 2-3 ชนิดต่อช่อ ราคาขายช่อละ 49 หรือ 59 บาท โดยเอาใบตองข้างบ้านมาทำเป็นช่อบรรจุผัก ซึ่งมองดูสวยงามรักษ์โลก คนซื้อก็ชื่นชอบ


นอกจากนั้น ยังได้แบ่งพื้นที่ไปปลูกมะเขือเทศเชอรี่ พันธุ์โซลาริโน่ (Solarino) ซึ่งเป็นมะเขือเทศกินผลสด รวมประมาณ 150 ต้น โดยเป็นมะเขือเทศพันธุ์พรีเมียมจากเนเธอร์แลนด์ ที่มีลักษณะเด่นคือ รสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อแน่น กรอบ สีแดงสด และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมมากในกลุ่มคนรักสุขภาพ เหมาะสำหรับทานสดเป็นของว่าง หรือนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย อีกทั้งเป็นพืชที่ปลูกง่าย ให้ผลผลิตสูง และมีราคาดี ใช้เวลาปลูกประมาณ 2 เดือนครึ่ง ก็เริ่มเก็บเกี่ยวได้ หลังจากนั้นสามารถเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องประมาณ 4-5 เดือน หรือนานกว่านั้น ถ้าบำรุงต้นดีๆ เพียงแต่ผลผลิตอาจลดลง หรือลูกอาจมีขนาดเล็กลง

มะเขือเทศกินผลสด จะขายเป็นกล่อง ขนาด 140 กรัม ราคา 50 บาท ซึ่งมักจะเป็นลูกค้าทั่วไปที่สั่งเข้ามา หรือมาเที่ยวชมฟาร์มแล้วเด็ดกินได้เลย เพราะปลอดภัยมาก รวมทั้งยังไปวางขายในคาเฟ่ของตัวเอง นอกจากนั้น ยังนำผักสลัด และมะเขือเทศในฟาร์ม มาปรุงเป็นเมนูอาหารต่างๆ ให้ลูกค้าได้ทาน หรือนำมาประดับจานอาหาร และนำมาทำน้ำปั่น น้ำสลัด น้ำซอส อีกด้วย พร้อมจัดร้านให้แลดูสวยงาม สไตล์ธรรมชาติ มีมุมเครื่องเล่น มีมุมหนังสือ และมีมุมกิจกรรมเด็กๆ ส่งผลให้มีลูกค้าเข้ามาเยือนที่ฟาร์มมากขึ้น ทั้งที่มาซื้อผักสลัด มาซื้อมะเขือเทศ รวมทั้งใช้บริการในคาเฟ่

สำหรับลูกค้าพบว่า มาเป็นครอบครัว คุณตาคุณยาย คุณปู่คุณย่า มาเป็นกลุ่มเพื่อนฝูงได้นัดพบปะสังสรรค์ ทั้งในพื้นที่และมาจากต่างจังหวัด ซึ่งลูกค้าที่มาต่างก็บอกว่า อาหารอร่อย ได้ชมฟาร์ม มั่นใจได้รับประทานอาหารสะอาด ผักปลอดสารพิษ แล้วก็ซื้อผักสลัด พร้อมน้ำสลัดกลับไปที่บ้านเองด้วย เพราะมั่นใจว่าปลอดสารเคมี และอร่อย ผู้สนใจติดต่อสอบถามได้ทางเฟซบุ๊ก “บ้านพริมโฮมคาเฟ่ BaanPrim Homecafe เปิดบริการเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. โทรศัพท์ 061-635-6244