xs
xsm
sm
md
lg

อุทยานฯ งัด ม.20 คุมเข้มพื้นที่ไข่แดง "อ่าวมาหยา" นนท.ฝ่าฝืนคำสั่ง มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสน เผยหลังปิด ปะการังฟื้นตัว ฉลามครีบดำเพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระบี่ – อุทยานแจงดราม่า นักท่องเที่ยวฝ่าฝืนเล่นน้ำพื้นที่ไข่แดงห้ามเด็ดขาด ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 ฝ่าฝืนปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท เผยหลังปิดอ่าวมาหยาฟื้นตัวอย่างเห็นได้ขัด ฝูงฉลามครีบดำเพิ่มขึ้น


จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ฝ่าฝืนลงเล่นน้ำบริเวณอ่าวมาหยา และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุด นายแสงสุรี ซองทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ได้ออกมาชี้แจงประเด็นดังกล่าว ว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติฝ่าฝืนลงเล่นน้ำบริเวณอ่าวมาหยา และมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่นั้น อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา–หมู่เกาะพีพี ขอชี้แจงว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.5 (อ่าวมาหยา) จ.กระบี่ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สัญชาติฝรั่งเศส จำนวน 2 คน ชาย 1 คน หญิง 1 คน ได้ฝ่าฝืนลงเล่นน้ำในพื้นที่ที่มีการประกาศ “ห้ามลงเล่น

การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการฝ่าฝืนตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 20 บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานแห่งชาติต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกําหนดผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมีบทกําหนดโทษตามมาตรา 47 มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำการฝ่าฝืน ทั้ง 2 รายดังกล่าวแล้ว ตามคดีเปรียบเทียบปรับเลขที่ 64/2569 ฉบับลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569


ทั้งนี้ “อ่าวมาหยา” เป็นหนึ่งในพื้นที่ตัวอย่างของการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลที่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน อ่าวแห่งนี้เคยปิดฟื้นฟูตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ต่อเนื่องกว่า 3 ปี ก่อนกลับมาเปิดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2565 พร้อมมาตรการควบคุมการท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด เช่น การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว และกำหนดพื้นที่ห้ามลงเล่นน้ำ

ผลจากการฟื้นฟู ทำให้ระบบนิเวศกลับมาสมบูรณ์อย่างเห็นได้ชัด ทั้งความใสของน้ำ แนวปะการัง และการกลับมาของสัตว์ทะเลสำคัญ โดยเฉพาะ “ฉลามครีบดำ” (Blacktip Reef Shark)ซึ่งใช้พื้นที่บริเวณหน้าหาดเป็นแหล่งอนุบาลลูกฉลาม จากการสำรวจระหว่างวันที่ 1–7 เมษายน 2569

ภายใต้โครงการ Shark Watch Project โดยศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ยิ่งตอกย้ำความสำเร็จของการฟื้นฟูอ่าวมาหยาอย่างชัดเจน พบว่า พบฉลามครีบดำสูงสุดถึง 128 ตัว ลูกฉลามรวมฝูง 24–25 ตัว และฉลามโตเต็มวัย 19–25 ตัว ใกล้ชายฝั่งในช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีการรบกวนจากมนุษย์สะท้อนว่าประชากรฉลามวัยอ่อนในพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่าพื้นที่แห่งนี้กำลังกลับมาเป็น “แหล่งอนุบาลตามธรรมชาติ” ที่สำคัญอีกครั้ง