xs
xsm
sm
md
lg

PCE ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมปาล์ม ขานรับมาตรการรัฐใช้ B7-B20 ทดแทนน้ำมันดีเซล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - PCE ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมปาล์ม ขานรับมาตรการรัฐใช้ B7-B20 ทดแทนน้ำมันดีเซล และขอให้ปรับเพิ่ม B100 ออกสู่ตลาด เพื่อลดต้นทุนภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เรียกร้องเกษตรกรปรับปรุงคุณภาพผลผลิตให้ได้ 19-20 % จะมีรายได้สูง


เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 17 เมษายน 2569 ที่โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายกิตติภณ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการ บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) ผู้นำธุรกิจน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับแนวหน้าของประเทศ เปิดโต๊ะแถลงข่าวประกาศความพร้อมขานรับนโยบายภาครัฐห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ โดยชูยุทธศาสตร์การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-Added) ผ่านโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมกางโรดแมป 4 กลยุทธ์หลักเพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน และเดินหน้าขยายอาณาจักรค้าปลีกส่งน้ำมันพืช รินทิพย์ เข้าสู่ร้านสะดวกซื้อ( 7-Eleven) ทั่วประเทศ


นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผย ว่า PCE ดำเนินธุรกิจน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร (Integrated Supply Chain) โดยมีความพร้อมทั้งด้านการผลิตและระบบโลจิสติกส์ โดยกลุ่มธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดำเนินงานโดย บริษัท นิว ไบโอดีเซล จำกัด ซึ่งมีโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบกำลังการผลิตรวม 3,600 ตันผลปาล์มสดต่อวัน และอยู่ระหว่างการลงทุนก่อสร้างโรงสกัด เฟส 3 เพื่อขยายกำลังการผลิตรวมเป็น 5,040 ตัน ผลปาล์มสดต่อวัน 

รวมถึงยังมีโรงกลั่นน้ำมันปาล์มดิบ โรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน และโรงงานผลิตไบโอดีเซล B100 ซึ่งใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยด้วยกำลังการผลิตกว่า 1.3 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งบริษัท ปาโก้ เทรดดิ้ง จำกัด ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไปน้ำมันปาล์มดิบ น้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบ และผลิตภัณฑ์อื่นจากปาล์มน้ำมัน จำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ของครองครองส่วนแบ่งการตลาดด้านการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบกว่า 25-30%


นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังมีความพร้อมในโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ โดยมีรถขนส่งสินค้าแห้งและสินค้าเหลวกว่า 160 คัน และกองเรือ 13 ลำ ที่พร้อมกระจายสินค้าไปยังกว่า 30 จังหวัดทั่วประเทศไทย รวมไปถึงการส่งออกสินค้าทางเรือไปยังเส้นทางต่างประเทศ เสริมด้วยคลังจัดเก็บน้ำมันปาล์มในยุทธศาสตร์ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ความจุกว่า 240,000 ตัน


PCE ทิศทางอุตสาหกรรมปาล์มปี 2569 นั้นมุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพในประเทศ การที่ภาครัฐห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ 7 เมษายน 2569 เพื่อรองรับการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 และ B20 เป็นส่วนผสมทางเลือก มาตรการนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ PCE แต่เป็นแรงผลักดันให้นำน้ำมันปาล์มดิบที่เคยส่งออก กลับเข้ามาหมุนเวียนในประเทศและสามารถผลิตเป็นไบโอดีเซล B100 ได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งนอกจากจะช่วยดูดซับผลผลิตไม่ให้ล้นตลาดและรักษาเสถียรภาพราคาให้เกษตรกรแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ


ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ดังนี้ 1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value Products) ต่อยอดผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มสู่อุตสาหกรรมอาหาร ยา และโอเลโอเคมิคัล ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มให้มีคุณภาพสูงขึ้น 2. การเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต เดินหน้าโครงการขยายโรงสกัดและโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันโรงสกัดมีกำลังการผลิต 3,600 ตันผลปาล์มสดต่อวัน และกำลังจะขยายเป็น 5,040 ตันผลปาล์มสดต่อวัน และโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินปัจจุบันมีกำลังการผลิต 300 ตันต่อวัน เป็น 760 ตันต่อวัน 3. การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มุ่งเน้นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน และ 4. การสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระดับสากล เพื่อขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน


PCE ยังเร่งขยายธุรกิจปลายน้ำผ่านน้ำมันปาล์มโอเลอินบรรจุขวดแบรนด์ “รินทิพย์” โดยได้วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ( 7-Eleven ) ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงจากช่องทาง Modern Trade พร้อมเสริมทัพด้วยโครงการ RINTIP Cash Van เพื่อกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง โดยตั้งเป้ายอดขายผ่านช่องทาง Modern Trade รวมมากกว่า 5 ล้านขวดต่อปี


ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจรผสานกับกลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ทำให้ PCE มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการซัพพลายเชนได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ El Nino ต่อผลผลิตปาล์มสดในภาพรวม และมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปี 2569 จะเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ตามเป้าหมายที่วางไว้.


นายประกิต ยังกล่าวย้ำว่า ขอให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพผลปาล์มน้ำมันให้ได้ 19-20 % จะได้ราคาดี ซึ่งในปัจจุบันเกษตรกรจะตัดผลผลิตออกมาขายคุณภาพอยู่ที่ 16-18 % ส่วนทิศทางราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มดีขึ้น หากรัฐบาลนำน้ำมันปาล์มมาทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงที่ทั่วโลกกำลังประสพปัญหาจากพิษสงคราม