ยะลา - ผู้แทนสถาบันการศึกษาปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมกันยื่นหนังสือถึง เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อปกป้องเกียรติสถาบันหลังถูกกล่าวหากระทบต่อสถาบัน ชูการศึกษาแก้ปัญหาชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2569 สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ในฐานะผู้แทนสถาบันการศึกษาปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาในภาคใต้ นำโดย ดร.มังโสด หมะเต๊ะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ พร้อมด้วย ดร.ขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ นายมูฮำมัดซูวรี สาแล นายกสมาคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะ เดินทางเข้าพบ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องความรับผิดชอบต่อการกล่าวหาที่กระทบต่อเกียรติภูมิของสถาบันการศึกษาอิสลามและข้อเสนอแนะเพื่อสันติภาพที่ยั่งยืน
สาระสำคัญของหนังสือระบุถึงกรณีที่มีการกล่าวพาดพิงจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงในพื้นที่ว่า สถาบันการศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สถาบันปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย ซึ่งขอปฏิเสธคำกล่าวดังกล่าว และสถาบันทั้ง 3 สถาบัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้าย การพูดลักษณะเช่นนี้เป็นการบิดเบือนความเป็นจริง เนื่องจากว่าสถาบันเหล่านี้เป็นสถาบันการศึกษาที่สร้างให้เด็กในพื้นที่ได้รับความรู้ และเรียกร้องให้กล่าวขอโทษในคำพูดเหล่านี้ รวมถึงเรียกร้องให้มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่ง
การที่เปิดสถาบันปอเนาะ สอนตาดีกา ส่วนหนึ่งคือการช่วยเหลือภาครัฐ ให้เยาวชนได้อยู่ในระบบการศึกษา เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการแก้ไขเรื่องสันติภาพ ต้องเริ่มที่การศึกษา จึงอยากให้เห็นคุณค่าว่าสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งผลิตคนดี ไม่ใช่แหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเพื่อทางออกและการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา ในเรื่องต้นแบบความสำเร็จ โดยขอให้รัฐบาลนำรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่าง ฉก.สงขลา กับ โรงเรียนเอกชนและสถาบันปอเนาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จ ในการลดความขัดแย้ง มาปรับใช้ในพื้นที่อื่น รวมถึงการบริหารจัดการเชิงโครงสร้าง
ขอให้พิจารณานำหน่วยงานด้านการศึกษาในพื้นที่ กลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เกิดการบูรณาการที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรม รวมถึงการใช้กลไก โซ่ข้อกลางสนับสนุนบทบาทของสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อตรวจสอบและเสนอแนะนโยบายที่ยั่งยืน
ด้าน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร กล่าวว่า การศึกษาถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ โดยข้อเสนอด้านการพัฒนาการศึกษาถือเป็นแนวคิดที่ดี และเป็นโมเดลที่มีผลสำเร็จในทางปฏิบัติ ซึ่ง ศอ.บต. ยินดีสนับสนุนและจะนำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์เสนอต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป พร้อมย้ำว่าบทบาทของ ศอ.บต. ไม่ได้มีเพียงการพัฒนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคม การเปิดพื้นที่พูดคุย และการสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและนอกพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนสังคมไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน


